Kids Story ดึงวัยโจ๋ ชำแหละสื่อ (ก.พ.50)
Kids Story ดึงวัยโจ๋ ชำแหละสื่อ
หวังเด็กรู้เท่าทัน พร้อมสร้างกระแส “เด็กทำสื่อ”
ด้านเยาวชนขอพื้นที่หน้าปัดทีวีนำเสนอผลงาน
Kids Story เปิดบ้าน ชวนวัยโจ๋ชำแหละสื่อ เพื่อเรียนรู้ เท่าทัน ทั้งสื่อทีวี เพลง สิ่งพิมพ์ และสื่อโฆษณา พร้อมจับกล้องลองทำสื่อวีดีโอเชิงสร้างสรรค์ สะท้อนความคิดเด็กมัธยมที่มีต่อสังคม ด้านเยาวชนเรียกร้องสื่อสร้างสรรค์ มีคุณภาพ สะท้อน สื่อลามก รุนแรงเกลื่อน พฤติกรรมการเลียนแบบมีสูง เสนอขอพื้นที่สื่อทีวีสำหรับออกอากาศผลงานของเด็ก และเยาวชนเพิ่มมากขึ้น
เมื่อวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2550 ที่มูลนิธิกระจกเงา โครงการสถาบัน “เด็กทำสื่อ” Kids story เพื่อการเรียนรู้เท่าทัน และมีส่วนร่วม มูลนิธิกระจกเงา โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และโครงการซัมซุง ดิจิตอล โฮป 2006 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “เด็กทำสื่อ” และ “เด็กเท่าทันสื่อ” ให้กับเยาวชนในระดับชั้นมัธยมศึกษา กว่า 30 คน โดยกิจกรรมในวันแรกเน้นกระตุ้นให้เยาวชนได้คิดวิเคราะห์ เพื่อเท่าทันสื่อในปัจจุบัน ส่วนวันที่ 2 เน้นเรื่องการทำสื่อวีดีโอเชิงสร้างสรรค์ ทั้งขั้นตอนการจับประเด็น วางโครงเรื่อง ทำสตอรี่บอร์ด ลงมือถ่ายทำ และตัดต่อด้วยตัวเอง เพื่อปูรากฐานให้เป็นนักนิเทศศาสตร์น้อย และมีจรรยาบรรณของสื่อที่ดีต่อไปในอนาคต
นางสาววีราภรณ์ ประสพรัตนสุข หัวหน้าโครงการสถาบัน “เด็กทำสื่อ” ฯ กล่าวว่า เราคาดหวังให้เด็ก และเยาวชนได้รู้จักสื่อในเชิงลึก ได้คิดวิเคราะห์ถึง เนื้อหา และจุดมุ่งหมายที่สื่อแต่ละประเภทต้องการจากผู้บริโภค เพื่อให้เด็กๆ ได้เท่าทันสื่อในปัจจุบัน ที่ส่วนใหญ่มีเป้าหมายในการชักจูงใจ หรือเปลี่ยนทัศนคติ และพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อหวังผลกำไร และเน้นเด็กเป้นกลุ่มเป้าหมายหลัก เพราะสามารถชักจูงใจได้ง่าย นอกจากนี้การอบรมในครั้งนี้จะทำให้เด็กเห็นว่า ปัจจุบันการทำสื่อ ไม่ใช่เป็นเรื่องยาก หรือเป็นพื้นที่สำหรับผู้ใหญ่อย่างเดียวอีกต่อไป เพราะขณะนี้เทคโนโลยีก้าวไปไกลจนเด็กๆ สามารถเข้าถึง และใช้เครื่องมือการผลิตสื่อได้ด้วยตนเอง ซึ่งเราจะเห็นคลิปวีดีโอเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก แต่ขาดเนื้อหาในเชิงสร้างสรรค์ เราจึงคาดหวังให้ในอนาคตจะเกิดวัฒนธรรมการทำสื่อภาคเด็ก และเยาวชน กระทั่งก่อให้เกิดนักนิเทศศาสตร์น้อย เพื่อในอนาคตเด็กเหล่านี้จะออกไปสร้างสรรค์สื่อคุณภาพ เพื่อเด็กไทยรุ่นต่อๆไปในวันข้างหน้า
โดยสื่อที่เด็กทำในครั้งนี้เป็นการทำหนังสั้นมีทั้งหมด 5 เรื่อง แต่ละเรื่องจบภายใน 5 นาที โดยเรื่องแรกนำเสนอเรื่องราวที่ให้แง่คิดทั้งในเรื่องของชีวิตที่มีคุณค่า, เรื่องความพยายามไปสู่เป้าหมาย, เรื่องสิ่งเล็กน้อยที่เป็นแง่คิดให้กับคนในสังคมได้ดีแต่คนส่วนใหญ่มองข้าม, เรื่องอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนเมา และเรื่องวัฒนธรรมการไหว้
เด็ก หญิงณัฐธยาน์ ตรีนานุรัตน์ มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสตรีวิทยา 1 กล่าวว่า การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้รู้เรื่องการวิเคราะห์สื่ออย่างถูกวิธี รวมทั้งได้เรียนรู้การทำหนังสั้นแบบง่ายๆ ซึ่งสำหรับตนเองอยากเข้าไปมีส่วนร่วมในการนำเสนอเรื่องราวผ่านสื่อบ้าง และอยากให้ผลงานของเด็กที่ได้ทำ สามารถเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้ เพราะถึงแม้สื่อที่เด็กๆ ผลิตจะมีคุณภาพในเชิงเทคนิคไม่เท่ากับงานที่ผู้ใหญ่ผลิตกันในสถานีโทรทัศน์ แต่ก็อยากจะนำเสนอประเด็นที่คิดว่าน่าสนใจในมุมของเด็กจริงๆ ซึ่งโดยส่วนตัวอยากจะทำสื่อเพื่อสะท้อนแนวความคิดของโฆษณาในปัจจุบัน ที่มีความพยายามในการเข้าถึงเด็กมากที่สุด อีกทั้งมีผลกระทบต่อความคิดของเด็ก และหากได้มีโอกาสทำสื่อ ก็อยากจะเข้าไปทำสื่อโฆษณา แต่จะทำโดยคำนึงถึงการสร้างสรรค์สังคมด้วย
ด้านนางสาววชิราพร กลัดเจริญ มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สื่อในปัจจุบันเป็นสื่อที่ทำร้ายเด็ก และเยาวชนที่บริสุทธิ์ทางอ้อม เพราะเนื้อหาในสื่อมักจะเป็นเรื่องลามกและรุนแรง ทำให้เด็กลอกเลียนแบบ และมีความเชื่อ ทัศนคติ หรือมีพฤติกรรมที่ผิดๆ เช่น การแต่งกายล่อแหลม การใช้ความรุนแรงตามแบบละคร จนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาระดับประเทศ การอบรมในครั้งนี้ทำให้ตนเองรู้จักวิเคราะห์สื่อมากขึ้น ทำให้รู้ว่าควรเลือกบริโภคสื่อที่ดี และยังได้เรียนรู้เทคนิคของการทำโฆษณา หนังสั้น ซึ่งถ้ามีโอกาสอยากมีส่วนร่วมในการคิดและผลิตสื่อทุกประเภท และอยากให้มีการอบรมให้เด็กทำสื่ออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเปิดพื้นที่สื่อสำหรับเด็กให้เพิ่มมากขึ้น
นางสาวปัทมา ขานพรหม มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบึงสามพันวิทยาคม จ.เพชรบูรณ์ หนึ่งในกลุ่มเยาวชนบึงเขียว กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับการรับสื่อมากขึ้น ตนสามารถวิเคราะห์ได้ อีกทั้งรู้จักจุดมุ่งหมาย หรือวิธีการในการนำเสนอของสื่อ เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่สื่อต้องการในหลายๆ รูปแบบ พร้อมกับได้ทำสื่อจริง และได้ตระหนักว่า สื่อควรจะมีจรรยาบรรณในการทำสื่อมากกว่านี้ อยากให้สื่อนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เกินความเป็นจริงมากเกินไป เช่นสื่อโฆษณา หรือละคร เป็นต้น และโดยส่วนตัวอยากทำสื่อ เกี่ยวกับงานโทรทัศน์ เพื่อนำเสนอเรื่องราวของความเพียงพอในการดำรงชีวิต
