สจพท. เตรียมส่งข้อเสนอ ยุทธศาสตร์หนังสือเพื่อเด็กเป็นวาระแห่งชาติ (50)

สจพท. เตรียมส่งข้อเสนอ ยุทธศาสตร์หนังสือเพื่อเด็กเป็นวาระแห่งชาติ
ย้ำ 6 กระทรวงต้องดัน ให้ถึงฝั่ง เดินหน้า 26 ก.ค.นี้ ยื่นต่อรัฐบาล

สจพท. ประกาศ 4 ยุทธศาสตร์ ต้องเป็นเรื่องจริง ย้ำเด็กไทยต้องอ่านหนังสือมากกว่านึ้ พร้อมระดมเครือข่ายหนังสือเพื่อเด็ก 27 องค์กรหาทาง ให้การอ่านหนังสือเป็นวาระแห่งชาติ เดินหน้าดันยุทธศาสตร์ เข้ารัฐบาล 26 ก.ค.นี้ ย้ำเรื่องนี้ต้องรีบเร่ง เพื่อเด็กไทยมีคุณภาพที่ดีขึ้น เน้นให้เกิดนโยบายใน 6 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังการ ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของเครือข่ายหนังสือเพื่อเด็กทั้ง 27 องค์กร เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2550 ในการผลักดันหนังสือเพื่อเด็กภายใต้ยุทธศาสตร์ 4 ข้อ คือยุทธศาสตร์การกระจายหนังสือให้เข้าถึงเด็ก, ยุทธศาสตร์รณรงค์ให้เกิดความต้องการ และพฤติกรรมการอ่าน, ยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้มีคุณภาพ และราคาที่เหมาะสม และยุทธศาสตร์ปกป้องเด็กจากสื่อที่เป็นภัย และขจัดอุปสรรคต่อการอ่านของเด็ก

เมื่อ วันที่ 4 ก.ค. 2550 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (ส.พ.จ.ท.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จัดการประชุมระดมความคิด “ยุทธศาสตร์ หนังสือเพื่อเด็ก” กับเครือข่ายหนังสือเพื่อเด็กทั้ง 27 องค์กร เพื่อสรุปข้อเสนอภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ สำหรับนำไปยื่นต่อนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.ค. นี้ โดยมุ่งหวังให้ 6 กระทรวง เป็นกำลังสำคัญในการดำเนินการผลักดันให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ

นาย วรพันธ์  โลกิตสถาภร   เลขาธิการสมาคมฯ  กล่าวว่า  ปัจจุบันสื่อหนังสือได้รับความสนใจจากเด็ก และเยาวชนน้อยกว่าสื่ออื่นๆ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ ซึ่งถือเป็นสื่อที่ทำให้เด็ก และเยาวชนสมาธิสั้น โดยสื่อโทรทัศน์ทำให้สมองเด็กขาดการพัฒนาการด้านความคิดในเชิงสร้างสรรค์ เพราะโทรทัศน์มีทั้งภาพ และเสียงทำให้เด็กรับสื่อโดยไม่จำเป็นต้องใช้ความคิด ในขณะที่สื่อหนังสือจะเป็นสื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างดี อีกทั้งเป็นสื่อที่สร้างสมาธิให้เด็กอีกด้วย

และ กล่าวต่อว่า เป้าหมายของการประชุมระดมความคิด ยุทธศาสตร์หนังสือเพื่อเด็ก เพื่อให้เกิดข้อสรุปจาก 27 องค์กรในการนำไปยื่นข้อเสนอนโยบายส่งเสริมการอ่านต่อรัฐบาล โดยการผลักดันดังกล่าวต้องการสร้างพลังในการขับเคลื่อนเรื่องการอ่านของเด็ก ไทย ให้มีนิสัยรักการอ่าน และคาดหวังให้ข้อเสนอที่ยื่นต่อรัฐบาลนำไปสู่การปฏิบัติเชิงนโยบาย ของภาครัฐ และส่งผลต่อการปรับยุทธศาสตร์ในองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยข้อเสนอมีดังนี้ ยุทธศาสตร์การกระจายหนังสือให้เข้าถึงเด็ก และยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้มีคุณภาพ และราคาที่เหมาะสม สถานศึกษาจะต้องมีนโยบายในการสนับสนุนการอ่าน จัดตั้งองค์กรอิสระมาพัฒนาคุณภาพหนังสือ สร้างผู้นำและอาสาสมัครการอ่านในระดับชุมชน นอกจากนี้ต้องมีสื่อรณรงค์ส่งเสริมการอ่าน

ยุทธศาสตร์รณรงค์ให้เกิดความต้องการ และพฤติกรรมการอ่าน และยุทธศาสตร์ปกป้องเด็กจากสื่อที่เป็นภัย และขจัดอุปสรรคต่อการอ่านของเด็ก ต้องสนับสนุนการรณรงค์โดยการใช้สื่อที่มีประสิทธิภาพ สร้างวัฒนธรรม การเล่านิทาน อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เผยแพร่หนังสือที่ได้รับรางวัล และผลักดันให้เป็นนโยบาย ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น / ชุมชน การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการอ่าน

ทั้ง นี้ในส่วนของผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อนและการรณรงค์หลักคือ 6 กระทรวง ซึ่ง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์,กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงมหาดไทย

ส่วน ข้อเสนอที่ได้หลังจากการประชุมระดมความคิด “ยุทธศาสตร์หนังสือเพื่อเด็ก” สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย จะร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และเครือข่ายหนังสือเพื่อเด็กทั้ง 27 องค์กรจะนำไปยื่นต่อนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.ค. 2550 เพื่อผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ

    
แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน(สสย.)