เจาะใจ! ญี่ปุ่น อังกฤษ สร้างหนังสือภาพอย่างไรให้โดนใจเด็ก (50)

เจาะใจ! ญี่ปุ่น อังกฤษ สร้างหนังสือภาพอย่างไรให้โดนใจเด็ก

ปัจจุบันหนังสือสำหรับการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กเล็กในบ้านเราตั้งแต่วัย 0-2 ปี ยังมีอยู่น้อย ซึ่งวัยนี้เป็นวัยแห่งพัฒนาการและการเรียนรู้ และปลูกฝัง สื่อที่เหมาะสมของวัยนี้คือ หนังสือ เห็นผลการศึกษาได้ชัดจากความสำเร็จของโครงการหนังสือเล่มแรก (Book start) ที่ได้ทดลองใช้กับเด็กที่ได้ผลมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ที่เมืองไทยก็เช่นเดียวกัน ทว่าการสร้างสรรค์หนังสือภาพที่มีคุณภาพสำหรับเด็กไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยองค์ประกอบมากมายในการทำ


(28 ก.ค.2550 : 9.00-17.00 /Meeting Room 2 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์) ในงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 5 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มูลนิธิเด็ก สถาบันการ์ตูนไทย จัดการอบรม การสร้างสรรค์หนังสือภาพสำหรับเด็กขึ้น picภาย ใต้การสนับสนุนจากแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก เพื่อเป็นการส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์หนังสือภาพสำหรับเด็กในบ้านเราด้วยการอบรม การสร้างสรรค์สำหรับเด็ก งานนี้มีผู้สนใจเข้าอบรมร่วมร้อยคน เนื่องจากเป็นโอกาสที่หาได้ไม่ง่ายนัก

โดยมีวิทยากร คือคุณ Hideharu Tanaka บรรณาธิการหนังสือภาพสำหรับเด็กเล็ก สำนักพิมพ์ Fukuinkan มาเล่าถึงบทบาทของบรรณาธิการหนังสือเด็กในญี่ปุ่น การทำต้นฉบับหนังสือเด็กที่ดี และวิธีพัฒนาต้นฉบับร่วมกับนักเขียน คุณ Sarah Fabiny Editerial Director of Campbell Books,Macmillan Publishing มาเล่าถึงบทบาทของสำนักพิมพ์ต่อตลาดหนังสือในอังกฤษ วิธีการนำเสนอต้นฉบับให้สำนักพิมพ์สนใจ สำนักพิมพ์กับการสร้างนักเขียนหน้าใหม่ และคุณชีวัน วิสาสะ นักเขียนไทยที่ได้รับการโหวตจากนักอ่านนานาชาติในประเทศสวีเดน มาเล่าถึงวิธีการสร้างสรรค์ภาพและภาษาในหนังสือสำหรับเด็ก เทคนิคการคิดเรื่องเพื่อสื่อสารกับเด็ก และการนำเสนอต้นฉบับในแบบเฉพาะตัว

picคุณ Hideharu Tanaka กล่าว ถึงหลักในการทำหนังสือภาพสำหรับเด็กว่าจะต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก โดย 1.หนังสือจะต้องสนุก 2. หนังสือต้องมีสิ่งที่ดีสำหรับเด็กเพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นคนดี ซึ่งหนังสือของ สำนักพิมพ์ Fukuinkan มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ไม่ว่าเด็กจะโตขึ้นก็สามารถย้อนกลับมาอ่านหนังสือและได้อะไรกลับไป

นอกจากนี้คุณ Tanaka ยัง ได้เล่าถึงเทคนิคสร้างหนังสือภาพสำหรับเด็กเล็กไม่ว่าจะเป็น การใช้ภาษาที่ต้องเป็นแบบเชิญชวน ใช้คำพูดซ้ำๆ ใช้เหตุการณ์ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ใช้สัตว์ ใช้ธรรมชาติ ใช้การแอบซ่อนเพื่อกระตุ้นความอยากรู้ การปลูกฝังคุณธรรม ฯ ทำให้ผู้อบรมหลายคนประทับใจในความความละเอียดอ่อนของการทำงานของ และวิธีคิดของคนญี่ปุ่น


picด้านคุณ Sarah Fabiny ได้ เล่าว่า หนังสือของ Campbell มีเอกลักษณ์คือความสร้างสรรค์ และจินตนาการ ในการสร้างสรรค์จะเน้นความใหม่และลุกเล่นใหม่ๆ เสมอ จุดมุ่งหมายของพวกเค้าอยู่ที่การปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน และผู้นำคนสำคัญของประเทศก็เห็นความสำคัญ เป็นแบบอย่างที่ส่งเสริมให้ครอบครัว และเด็กๆรักการอ่าน

คุณ Sarah บอก ว่า “การได้ทำหนังสือเด็กเป็นสิ่งที่เธอมีความสุขที่สุด” สิ่งที่เธอเล่ามาทำให้เราได้เห็นว่ากว่าจะมาเป็นหนังสือที่เด็กที่มีคุณภาพ นั้นมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ต้องสอบผ่านมาตรฐานในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และความปลอดภัย มีการทดลองใช้จริง ซึ่งใช้เวลานานกว่า 15-18 เดือนต่อการสร้างสรรค์หนังสือ 1 เล่ม เธอบอกว่า งานนี้สำเร็จได้ด้วยทีมงานที่ทำงานกันอย่างหนัก และทำงานด้วยความรัก

ส่วนคุณชีวัน วิสาสะ ได้ยกตัวอย่างเทคนิคที่ใช้ทำหนังสือภาพหลายเล่มคุณภาพของเค้าไม่ว่าจะเป็น เจ้าหนูเมืองพิสดาร เจี๊ยบ เจี๊ยบ อยากเหมือนแม่ น้องส้มโอกับพี่หลอดไฟ อีเล้งเค้งโค้ง ฯ บอกเล่าถึงวิธีคิดในการทำหนังสือ นั่นคือ การอ่านเพื่อฟัง แล้ววิเคราะห์ว่าใครอ่าน? อ่านอะไร? ใครฟัง? ซึ่งที่มาของเรื่องมาจาก pic

1. การสั่งสมประสบการณ์ การสังเกตชีวิต เพื่อตกผลึกความคิด

2. การดู+การอ่าน

3.การค้นหารูปแบบวิธีคิดที่เป็นสูตรเฉพาะตัว

4.ความคิดฉับพลัน(ปิ้ง) มีการใช้ภาพและเทคนิคง่ายๆที่ทำให้เด็กชอบ

จบ การอบรมเหมือนจุดไฟในการทำงานให้ลุกโชติช่วงให้ทั้งมืออาชีพ มือใหม่ และผู้สนใจ ให้กลับไปสร้างสรรค์หนังสือภาพเพื่อเด็กเล็ก นอกจากนี้ยังได้มีการริเริ่มรวมตัวกันอย่างหลามๆ ในรูปแบบของชมรมกลุ่มคนสร้างสรรค์หนังสือสำหรับเด็กขึ้น เพื่อรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อันจะทำให้วงการหนังสือสำหรับเด็กในบ้านเราให้ค่อยๆ พัฒนาเติบโตอย่างเข้มแข็ง ซึ่งจะต้องมีการเชื่อมโยงกับหลายๆ ภาคส่วนให้ก้าวเดินไปพร้อมกัน


การปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านตั้งแต่จำความได้ เป็นการปลูกฝังความงดงาม ความอ่อนโยน และคุณธรรมไปพร้อมกับความฉลาดทางปัญญา สิ่งแวดล้อมที่ดีสำหรับเด็กเล็กหาใช่เพียงภาระของพ่อแม่เท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่สังคมมีส่วนร่วม เพื่อสร้างเมล็ดพันธุ์ที่ดี และเมล็ดพันธ์ที่ดีก็จะสร้างสังคมที่ดีต่อไป.


เรื่อง-ภาพ : นฤมล  บึงมูล
แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.)