ข้อเรียกร้องให้เกิดการสร้างพื้นที่และกระบวนการดึงเด็กออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยม (ธ.ค.50)

เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา

ข้อเรียกร้องให้เกิดการสร้างพื้นที่และกระบวนการดึงเด็กออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยม

ปัจจุบัน ที่เด็กและเยาวชนของประเทศไทยใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการบริโภคสื่อ โทรทัศน์  เล่นเกมออนไลน์  ฟังวิทยุ  โทรศัพท์มือถือ  จนทำให้ส่งผลกระทบด้านลบกับเด็กและเยาวชนในหลายๆด้าน  เช่น  ผลกระทบด้านสุขภาพร่างกาย  ผลกระทบต่อการพัฒนาการทางสมอง  ผลกระทบต่อพฤติกรรม  ทั้งการใช้ความรุนแรง    ใช้เงินจำนวนมากในการซื้อขนมหรือของเล่นที่ได้รับรู้จากการโฆษณา  มีพฤติกรรมการเลียนแบบในทางที่ไม่สร้างสรรค์  เป็นต้น

ที่ผ่านมาเครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนาร่วมกับกลุ่มเยาวชนสมาชิกจำนวน  12  กลุ่ม  11  จังหวัด  ได้ทำงานเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันสื่อ  จากการทำงานดังกล่าว  เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา  พบข้อมูลการบริโภคสื่อของเด็กที่น่าสนใจ  ดังนี้

1.เด็กใช้เวลาในวันหยุด อยู่หน้าจอโทรทัศน์  โดยเฉลี่ยวันละ  14  ชั่วโมง
2.เด็กใช้เงินจำนวน มากกว่า  50 %  หมดไปกับการซื้อขนมที่ถูกกระตุ้นจากโฆษณา
3.ผู้ปกครองนำเด็กไปฝากที่ร้านเกม เพราะเห็นว่าปลอดภัยและไม่ซุกซนจนเกิดอันตราย
4.เหตุผลในการอยู่หน้าจอโทรทัศน์ของเด็กคือการ  ไม่มีที่ไป  และ ไม่มีอะไรทำ
5.เด็กสามารถเข้าถึงสื่อส่วนกลางได้อย่างรวดเเร็ว  สะท้อนจากในพื้นที่ที่รับสัญญาณโทรทัศน์ไม่ได้แต่มีพฤติกรรมเจาะลิ้น  ระเบิดหู
6.เด็กส่วนใหญ่ดูโทรทัศน์คนเดียวหรือดูกับพี่น้องวัยไล่เลี่ยกัน  และเป็นผู้กำหนดการดูโทรทัศน์เองว่าจะดูอะไร   ดังนั้นการจัดระดับความเหมาะสมประเภท น และ ฉ ซึ่งพ่อแม่ต้องแนะนำ และเป็นรายการเฉพาะผู้ใหญ่  หากเผยแพร่ในช่วงเวลาที่เด็กรับชมได้ก็จะขาดคนแนะนำหรือกลั่นกรอง

เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา  จึงขอเสนอและเรียกร้องต่อรัฐบาลชุดใหม่หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง  ดังนี้

1. ต้องสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรเท่าทันสื่อ  และสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ในทุกระดับ

2. สนับสนุนการผลิตสื่อที่ดีสำหรับเด็ก  นั่นคือ

*
สื่อที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย  พัฒนาการเรียนรู้  การตั้งคำถาม  การคิด
*
สื่อที่ไม่เน้นการขายของให้กับเด็ก
*
สื่อที่เคารพและคำนึงถึงการพิทักษ์  ปกป้องสิทธิเด็กเมื่อเกิดเรื่องราวด้านลบกับเด็ก
*
สื่อที่รับฟังเสียงของเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กได้นำเสนอความคิดเห็นต่อปัญหาในสังคมที่ส่งผลกระทบกับตัวเด็กและชุมชนของเด็ก

3.   “ให้” และ “เผยแพร่” พื้นที่สร้างสรรค์ ที่สามารถสนับสนุนให้เด็กแสดงออก เล่น  เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์  เหมาะสมกับพัฒนาการแต่ละวัยแทนพื้นที่ “ห้าม”สำหรับเด็ก   โดยเด็กทุกพื้นที่  ทุกสถานภาพสามารถเข้าถึงได้

ท้าย นี้เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนาและกลุ่มเยาวชนสมาชิกเครือข่ายจากทั่ว ประเทศ  จะเดินหน้าผลักดันและพัฒนาให้เกิดสื่อที่ดี  เกิดกระบวนการเท่าทันสื่อและเกิดพื้นที่ที่สร้างสรรค์เพื่อดึงเด็กออกจากจอ โทรทัศน์และจอคอมพิวเตอร์ต่อไป

เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา
วันที่  19 ธันวาคม 2550