ถึงเวลาเน็ตบุ๊คบูม (20 เม.ย.50)
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ http://www.thaipost.net/ ข่าวไอที 20 เม.ย.50
จากกระแสความนิยมของผู้บริโภค ที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กจะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างหันมาผลิตสินค้า เพื่อตอบพฤติกรรมของผู้บริโภค
ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดสินค้าที่มีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ กล้อง เอ็มพี 3 หรือสินค้าไอทีประเภทอื่นๆ โดยเหตุผลในการออกผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กออกมานั้น ต่างก็หวังดึงดูดลูกค้าให้สนใจและเข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์ของตน
ทั้งนี้ การที่ผู้ประกอบการได้ชูคุณสมบัติสินค้า ที่มีขนาดเล็กสะดวกต่อการพกพานั้น ค่อนข้างจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะสินค้าที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นเหมือนสิ่งที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องพกพา ติดตัวไปด้วยเสมอ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มวัยทำงาน ที่ส่วนใหญ่มักจะพกพาติดกระเป๋าไปด้วยทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อให้ความบันเทิง หรือนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ก็ตาม หากมีขนาดเล็กเหมาะกับการพกพา ก็มักจะได้เปรียบกว่าสินค้าที่มีขนาดใหญ่ไปซะแล้ว
อย่างไรก็ตาม ความนิยมดังกล่าวได้ลุกลามมายังสินค้าประเภทโน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์พกพาที่มีขนาดเล็กไปแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเพียงโน้ตบุ๊คของอัสซุสรุ่นทริปเปิลอี ที่มีขนาดจอเพียง 7 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คธรรมดาถึง 2-3 เท่า และมีน้ำหนักเพียง 0.92 กิโลกรัม แต่คุณสมบัติในการทำงานไม่จิ๋วไปด้วย เนื่องจากมีฟังก์ชั่นการทำงานอย่างครบถ้วนไม่แพ้โน้ตบุ๊คที่มีขนาดใหญ่กว่า จากข้อนี้ก็ได้เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่ต้องการโน้ตบุ๊คขนาดเล็กแต่มีราคาไม่แพงมากนัก โดยมีราคาอยู่ที่ระดับหมื่นต้นๆ ก็ถือว่า ขณะนี้อัสซุสยังเป็นเพียงรายเดียว ซึ่งนับว่ายังมีปริมาณที่น้อยอยู่มากเมื่อเทียบกับความต้องการของผู้บริโภค
ถึงแม้ว่ากลุ่มเป้าหมาย อาจจะผิดเพี้ยนไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้โน้ตบุ๊คเครื่องที่ 2 จากเดิมที่ได้ตั้งกลุ่มเป้าหมายในกลุ่มเด็กอายุ 8-18 ปี และแม่บ้านที่ต้องการใช้เวลาว่างในการเล่นอินเทอร์เน็ต ซึ่งจากกระแสดังกล่าวทำให้มีผู้ประกอบการหลายรายได้สนใจมาเล่นตลาดโน้ตบุ๊ค ที่มีขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่า "เน็ตบุ๊ค" กันเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นเอเซอร์ที่ได้คาดการส่งเน็ตบุ๊คออกจำหน่ายได้ประมาณไตรมาส 2 ส่วนเบนคิวก็จะออกผลิตภัณฑ์ได้ในไตรมาส 3 ต่างก็ต้องเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเครื่อง คอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2 และกลุ่มที่ต้องการความสะดวกสบายแทนกลุ่มเดิม
จากคุณสมบัติเด่นๆ ที่สามารถพกพาไปได้ทุกสถานที่ มีความสะดวกสบายจนเป็นแฟชั่นของผู้บริโภคไปแล้วนั้น ข้อเสียของเจ้าโน้ตบุ๊คตัวจิ๋วก็ยังมีอยู่ คือคุณสมบัติในการจัดเก็บข้อมูลยังน้อยอยู่ ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดดิสก์เข้ามาเพิ่ม แต่ก็คงไม่ใช่อุปสรรคสำหรับผู้บริโภคที่จะซื้อเจ้าเน็ตบุ๊คตัวจิ๋วมาใช้ ประโยชน์ เพราะถ้าเทียบกับคุณสมบัติที่มีลูกเล่นไม่ต่างกับโน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (เดสก์ทอป) ก็เป็นเรื่องที่ดึงดูดลูกค้าได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ความนิยมของเน็ตบุ๊คจะมีเพิ่มมากขึ้น แต่ปริมาณความนิยมก็ยังเป็นประชากรที่อยู่ในกรุงเทพฯ และผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ซึ่งจากกระแสความนิยมดังกล่าวไม่ได้หมาย ความว่า จะเข้ามาทำให้ลูกค้าลดการใช้เดสก์ทอปลง เพราะประชากรที่อยู่ตามต่างจังหวัดที่มีปริมาณมากกว่ากรุงเทพฯ ก็ยังต้องการใช้เดสก์ทอปอยู่เช่นเดิม สอดคล้องกับการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันยังคงกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น
โดยจากผลการวิจัยของไอดีซีได้คาดการว่าปี 2551 เดสก์ทอปจะมีอัตราเติบโตขึ้นถึง 32% เนื่องจากการลดราคาของสินค้าและความต้องการของผู้บริโภคที่มีอัตราเพิ่มสูง ขึ้นจากปี 2550 ในส่วนของตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 25% หรือประมาณ 1,700,000 เครื่อง ส่วนการคาดการณ์ในตลาดโน้ตบุ๊คจะมีอัตราเติบโตขึ้น 32% เนื่องจากผู้ใช้ยังมีความต้องการความสะดวกสบายในการพกพา
สุดท้ายก็ต้องมาดูว่า การที่ผู้บริโภคหันมานิยมเน๊ตบุ๊คจะเป็นกระแสในช่วงสั้นๆ เท่านั้น หรืออาจเป็นความต้องการของผู้บริโภคที่มีอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้โน้ตบุ๊คที่มีขนาดหน้าจอ 17 นิ้วต้องหายไปจากตลาด ซึ่งก็สามารถเป็นไปได้ทั้ง 2 ทางที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งจากกระแสนี้ก็ได้เป็นการเพิ่มช่องทางการทำตลาดให้กับผู้ประกอบการ โดยจากการที่อัสซุสได้ทิ้งช่วงห่างจากผู้ประกอบการรายอื่น
ถือเป็นข้อได้เปรียบไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารายอื่นจะไม่สามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดได้ เป็นเหมือนกับจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน เพื่อช่วงชิงตลาดโน้ตบุ๊คตัวจิ๋วเท่านั้น.
