พม.แฉเหยื่อค้ากามในอังกฤษ ถูกบังคับค้าประเวณีวันละ10คน (21เม.ย.51)
คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551
ผอ.ส่วนคุ้มครองและช่วยเหลือคนไทย กระทรวงพม.แฉเหยื่อค้ามนุษย์ในอังกฤษถูกบังคับให้ค้ากามวันละ 5-10 คน ยันขบวนการฟันเงินสัปดาห์ละ 70 ล้านบาท
ความคืบหน้ากรณีตำรวจอังกฤษจับกุมคนไทย 9 คน ในข้อหามีส่วนรู้ร่วมคิดในการค้าประเวณี ลักลอบค้ามนุษย์ และฟอกเงิน โดยมีผู้ตกเป็นเหยื่อ 60 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่ถูกล่อลวงไปขายบริการทางเพศ
น.ส.พัชรี แนวพานิช ผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองและช่วยเหลือเหยื่อคนไทย สำนักงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า จากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศทราบว่า มีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งค้าประเวณีข้ามชาติประมาณ 60 คน ทั้งคนมาเลเซีย เกาหลี และไทย ประมาณ 30 คน ส่วนใหญ่เป็นคนภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งอยู่ในสภาพลูกหนี้ มีหนี้เฉลี่ยคนละ 2 ล้านบาท จึงต้องจำยอมไปค้าประเวณีเพื่อใช้หนี้ สภาพความเป็นอยู่เท่าที่พบ ต้องอยู่ในรั้วมิดชิด มีประตูกั้น 2 ชั้น ถูกควบคุมและขังไว้ในบ้าน บางรายต้องให้บริการวันละ 5-10 คน ทำให้เอเย่นต์กลุ่มนี้มีรายได้เฉลี่ยสัปดาห์ละ 70 ล้านบาท นับเป็นธุรกิจที่ทำเงินอย่างมหาศาล
น.ส.พัชรีกล่าวอีกว่า เท่าที่ติดตามและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับแก๊งค้าประเวณีข้ามชาติ โดยเฉพาะที่อังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่ข้ามแดนยาก บางครั้งต้องทำหนังสือเดินทางถึง 5 เล่ม ทำวีซ่า 2 ครั้ง ดังนั้น จึงใช้วิธีหลบเลี่ยงเข้าทางประเทศไอร์แลนด์
แก๊งเหล่านี้จะพาเหยื่อขายบริการตามชานเมือง โดยเหยื่อจะถูกหลอกล่อด้วยวิธีการต่างๆ บางรายไปในลักษณะการท่องเที่ยว บางรายไปในนามบุตรบุญธรรม หรือไม่ก็เป็นคู่สมรส ซึ่งจะดำเนินการกันเป็นขบวนการ หากินผ่านเอเย่นต์ ที่ทำทีมาให้ความช่วยเหลือ สร้างความไว้วางใจจนเหยื่อหลงเชื่อ และส่วนใหญ่จะไปค้าประเวณีเพราะเป็นลูกหนี้ โดยเฉพาะประเทศที่เจริญแล้วแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย เหยื่อเป็นหนี้ถึง 7 หลัก ส่วนในกลุ่มประเทศขนาดเล็ก เช่น แอฟริกาใต้ สิงคโปร์ บาห์เรน และฮ่องกง จะเป็นหนี้ประมาณ 3-4 แสนบาท
พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผช.ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า สำนัก งานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้ตำรวจสากล กองการต่างประเทศ ประสานกับเจ้า หน้าที่ตำรวจอังกฤษ ผ่านเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เบื้องต้นจากการ ตรวจสอบรายชื่อและข้อมูลต่างๆ ทางทะเบียนราษฎร พบว่าทั้ง 9 คนน่าจะเป็นคน ไทยทั้งหมดซึ่งไม่ประสงค์จะขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยประจำอังกฤษ เดิมที ศาลอังกฤษให้ประกันตัว แต่ล่าสุดปรากฏว่าไม่อนุญาตให้ประกันตัวแล้ว โดยให้ ควบคุมตัวไว้ ส่วนกระบวนการสอบสวนต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของตำรวจอังกฤษ จากการ ตรวจสอบไม่พบว่าเคยมีประวัติอาชญากรในประเทศไทยมาก่อน
โฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่าหากคนไทยที่ตกเป็น เหยื่อ หรือเป็นผู้เสียหายในกรณีนี้เดินทางกลับมาประเทศไทย ต้องขอความร่วม มือในการสอบถามรายละเอียด จนอาจทำให้ได้ผู้ต้องหาที่มีส่วนสมรู้ร่วม คิด ซึ่งตำรวจไทยสามารถสอบสวนได้ ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา และความผิด ตาม พ.ร.บ.ค้าหญิงและเด็กพ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการค้าประเวณีเพราะตามประมวล กฎหมายอาญาถือว่าความผิดนี้แม้จะเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร แต่รับโทษในราช อาณาจักรได้ ฉะนั้นหลังจากแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอังกฤษแล้วมีข้อมูลเกี่ยวพัน มาถึงภายในประเทศไทย ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของทางการไทยที่จะสอบสวนสืบสวนจับ กุมดำเนินคดีต่อไปได้ ถือว่าเป็นความผิดที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทยด้วย
พล.ต.ท.วัชรพลกล่าวว่าขั้นตอนการสอบสวนจะเป็นหน้าที่ของอัยการสูง สุดเป็นผู้สอบสวน สามารถมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดูแลได้ และสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อมูลไว้ก่อน ถ้าพบผู้กระทำผิดก็จะไป สู่ขั้นตอนการสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป ซึ่งมอบให้ตำรวจ สากล กองการต่างประเทศ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อ เด็ก เยาวชน และสตรี เข้าไปดูแล
ส่วนการใช้พาสปอร์ตปลอมในการเดินทางไปอังกฤษโดยมีการแจ้งหายแล้วทำ ใหม่ หลายครั้งมีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล พล.ต.ท.วัชรพลกล่าวว่า ระบบ การรับแจ้งพาสปอร์ตหายที่โรงพักยังไม่มีการออนไลน์ คนร้ายอาจใช้ช่องว่างนี้ นำไปทำพาสปอร์ตปลอม ในอนาคตคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศเพื่อให้ตรวจ สอบได้ง่ายขึ้น
รายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ตำรวจสากลอยู่ระหว่างการประสานขอข้อมูล เชิงลึกเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนจากตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด โดยคดีเกี่ยวกับการ ค้ามนุษย์จะได้ข้อมูลในการสอบสวน 2 ทางคือ จากตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด และจาก เหยื่อที่ถูกหลอกไป ขณะนี้สถานทูตไทยประจำอังกฤษยังไม่สามารถเข้าพบเหยื่อ ที่เป็นคนไทยได้ เพราะเหยื่อเหล่านี้ไม่ยอมพบ แต่ตำรวจสากลไทยเชื่อว่าการ กระทำครั้งนี้เป็นขบวนการอย่างแน่นอน เนื่องจากการขอวีซ่าเข้าประเทศอังกฤษ ไม่ได้ทำได้ง่ายๆ ต้องมีคนอังกฤษพาเข้าไป และต้องมีคนไทยที่เป็นคนติดต่อพา ไป จึงอยากได้ข้อมูลมาขยายผลขบวนการนี้ในประเทศไทย
นายธฤตจรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีดัง กล่าวว่า นายธีรกุล นิยม อธิบดีกรมการกงสุล ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้ง 9 คนมี ข้อมูลอยู่ในทะเบียนราษฎร ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลไปยัง นายกิตติ วะสี นนท์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ทราบว่า เหยื่อจากขบวนการค้ามนุษย์มี ทั้งหมด 30 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีชาริ่ง ครอสส์ นำตัว ไปที่ศูนย์สงเคราะห์ผู้ประสบภัย เพื่อดูแลสุขภาพและสภาพจิตใจ รวมทั้งให้ เจ้าหน้าที่สอบสวนและอาจขยายผลต่อไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตได้ขอเข้าพบเหยื่อกลุ่มดังกล่าวเพื่อสอบ ถามว่าต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไรบ้าง แต่ยังไม่สามารถเข้าพบได้
อธิบดีกรมสารนิเทศกล่าวอีกว่า เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้อง หา 1 ใน 9 คนมีหนังสือเดินทางของสหราชอาณาจักรและอาจเป็นไปได้ว่าผู้ต้องหา บางคนอาจพักอาศัยในอังกฤษนานแล้ว โดยมีหนังสือเดินทางไทยและต่ออายุอย่าง สม่ำเสมอ ไม่เข้าไทยเป็นเวลานาน หรือบางคนอาจจะใช้สิทธิสถานะเป็นผู้อยู่ อาศัยในอังกฤษ
ต่อข้อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่มีขบวนการค้ามนุษย์ในไทยนาย ธฤตกล่าวว่า เป็นไปได้ แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ จะต้องขยายผลต่อไป ซึ่งไทยและ อังกฤษมีข้อตกลงการดำเนินคดีทางอาญา ปี 1990 ทางอัยการทั้งสองฝ่ายสามารถขอ ข้อมูลสำนวนต่างๆ ในการขยายผลได้
ด้านนายนพดลปัทมะ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ จากกรุงอักกรา สาธารณรัฐกานา ในระหว่างไปร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วย การค้าและการพัฒนาหรืออังค์ถัดครั้งที่ 12 ว่า ได้สั่งการให้ นายกิตติ วะสี นนท์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ดูแลและให้ความช่วย เหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาคนไทย 9 คน และผู้ ที่ตกเป็นเหยื่อการค้าประเวณีทั้ง 30 คน โดยทั้งสองฝ่ายได้แจ้งความประสงค์ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษว่า ไม่ขอติดต่อกับเจ้าหน้าที่สถานเอกอัคร ราชทูต ในส่วนของผู้ตกเป็นเหยื่อ หากบุคคลใดมีความประสงค์จะเดินทางกลับ ประเทศไทย สถานทูตก็จะอำนวยความสะดวกเรื่องที่พักก่อนเดินทางกลับและตั๋ว เครื่องบิน หรือหากบุคคลใดต้องการทำงานที่อังกฤษต่อ คงเป็นเรื่องยากที่จะ ได้รับการอนุญาตให้ทำงานต่อ
รมว.การต่างประเทศกล่าวว่ากระทรวงมีแผนจะเปิดศูนย์ประชาไมตรี ที่ถนน พหลโยธิน ในสิ้นปีนี้ เพื่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมายภายในและต่างประเทศ รวม ทั้งช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเบื้องต้นแก่คนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ และ กระทรวงการต่างประเทศจะเปิดศูนย์พิทักษ์ไทย เพื่อช่วยเหลือให้คำปรึกษาปัญหา ครอบครัว และคำแนะนำในการใช้ชีวิตในต่างแดนแก่คนไทยในต่างประเทศ โดยจะเปิด ศูนย์ดังกล่าวที่นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เป็นแห่งแรก จากนั้นจะเปิด ศูนย์ดังกล่าวอีกหลายแห่งในประเทศที่มีคนไทยในประเทศนั้นๆ จำนวนมาก นอกจาก นี้จะพยายามออกสปอตทางโทรทัศน์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการค้า มนุษย์ และรู้เท่าทันกลุ่มขบวนการค้าแรงงานเถื่อนในต่างประเทศ
