ปิดร้านเน็ต ต้นตอ3ดช.รุมโทรม ฟื้นฟู"พฤติกรรม" ชี้เด็กวัยแค่ 12ป ไร้อารมณ์เพศ! (27เม.ย.51)
ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6359 ข่าวสดรายวัน
ส่งตัว 3 ด.ช.รุมโทรมด.ญ. 7 ขวบเข้าบ้านเมตตาแล้ว พร้อมทั้งสั่งปิดร้านเน็ต ต้นตอเด็กเข้าไปดูเว็บ ไซต์ลามก แล้วนำมาเลียนแบบพฤติกรรม ดำเนินคดีเจ้าของร้านไม่มีใบอนุญาต ด้านสถานพินิจฯ ส่งนักจิตวิทยาสอบปากคำ ตรวจสอบสภาวะจิตใจ ฟื้นฟูปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ชี้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ไม่น่าจะมีความต้องการทางเพศ ส่วนอีกคนอายุเพียง 8 ขวบต้องปล่อยตัวไป นักทำงานด้านเด็กจี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ปัญหาเด็กอย่างจริงจัง ชี้ในสังคมไม่มีพื้นที่ดีสำหรับเด็ก พอมีสิ่งกระตุ้นเร้าเลยกระโจนเข้าใส่ ขณะที่ พม.เห็นด้วยจัดระเบียบร้านเกม ร้านเน็ตทั่วประเทศ
จากเหตุการณ์สลด สะท้อนสังคมฟอนเฟะ เมื่อตำรวจจับกุมตัวเด็กชาย 3 คน อายุ 8, 11, และ 12 ปีตามลำดับ ร่วมกันก่อเหตุรุมโทรมเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ในป่ากล้วยภายในหมู่บ้านย่านถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา มีเด็กชายทั้งหมด 5 คน ชักชวนกันข่มขืน แต่เด็กชาย 2 คนในกลุ่มไม่ยอมทำตาม พอกลับบ้านนำเรื่องไปเล่าให้ผู้ปกครองฟัง และรีบไปตรวจสอบพบเหตุสลดต่อหน้า จึงช่วยเหลือเด็กหญิงที่ถูกกระทำก่อนแจ้งความ โดยผู้ต้องหาเด็กทั้ง 3 สารภาพลอกเลียนแบบจากเว็บไซต์ลามก ขณะเข้าไปเล่นเกมในร้านอินเตอร์เน็ต ขณะเดียวกัน ทางเครือข่ายผู้ปกครองเข้าร้องเรียนต่อกระทรวงวัฒนธรรม กทม. และตำรวจ ให้จัดระเบียบร้านเน็ตโดยด่วน เพราะกลายเป็นแหล่งก่ออาชญากรรม ทั้งล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ข่มขู่รีดไถ และมั่วสุม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อวันที่ 26 เม.ย. พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผกก.สน.ธรรมศาลา เปิดเผยถึงคดีเด็กชาย 3 คน รุมโทรมเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ว่าหลังจากจับกุมผู้ต้องหาเด็กแล้ว เชิญเจ้าหน้าที่จากสหวิชาชีพ ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสอบปากคำ และขณะนี้ส่งเด็ก 3 คนไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเรียบร้อยแล้ว เป็นสถานที่กักขังเด็กที่มีความผิดในคดีอาญาโดยเฉพาะ จากนั้นเป็นหน้าที่ของสถานพินิจฯ และเจ้าหน้าที่จิตวิทยา จะเป็นผู้สอบปากคำเด็กอีกครั้งถึงการกระทำความผิด รวมถึงตรวจสอบสภาพจิตใจของเด็กด้วย
ผกก.สน.ธรรมศาลา กล่าวว่า สำหรับอัตราโทษเนื่องจากเด็กทั้งหมดมีอายุต่ำกว่า 15 ปี คาดว่าไม่น่าจะมีโทษถึงขั้นจำคุก อาจจะทำทัณฑ์บนไว้ก่อน แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก ก็จะดำเนินคดีกับผู้ปกครอง โทษฐานปล่อยปละละเลยไม่ดูแลบุตรหลาน นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจเข้าไปตรวจสอบร้านอินเตอร์เน็ต ที่เด็กทั้ง 3 อ้างว่าเข้าไปเล่นเกมจนไปเห็นภาพเว็บไซต์ลามกแล้วนำมาลอกเลียนแบบ จากการตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าวไม่ได้ใหญ่โตอะไร มีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียง 3 เครื่อง และไม่มีใบอนุญาตประกอบการ ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากับเจ้า ของร้าน
พ.ต.อ.คมศักดิ์กล่าว ต่อว่า สำหรับร้านเกม หรือร้านอินเตอร์เน็ตในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ธรรมศาลา มีอยู่จำนวนน้อย อย่างไรก็ตาม สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบอย่างเคร่งครัด ถ้าร้านใดเปิดเกินเวลา หรือให้ผู้ใช้บริการเปิดเว็บไซต์ภาพลามกอนาจาร เจ้าหน้าที่จะเข้าไปดำเนินคดีกับเจ้าของร้าน พร้อมทั้งขอความร่วมมือกับทางร้านให้ช่วยสอดส่องดูแล และกล่าวตักเตือนกับเด็กและเยาวชนที่เข้าไปใช้บริการ เพื่อเป็นประโยชน์แก่สังคมและส่วนรวม จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ขึ้นอีก
ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตำรวจสน.ธรรมศาลา ส่งตัวเยาวชนที่ก่อคดีรุมโทรมเด็กหญิงวัย 7 ขวบ มายังสถานแรกรับเด็กและเยาวชนชายบ้านเมตตาแล้ว ทางเจ้าหน้าที่และนักจิตวิทยากำลังเร่งสอบปากคำเยาวชน 2 คนอายุ 11 และ 12 ปี ในเบื้องต้นทราบว่าเด็กแสดงออกถึงพฤติกรรมทางเพศ เพื่อเลียนแบบเว็บไซต์ลามกอนาจาร แต่สถานพินิจฯ มีความกังวลถึงพฤติกรรมของเยาวชน เพราะตามปกติเด็กในวัยไม่เกิน 12 ปี จะไม่มีความต้องการทางเพศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องประสานนักจิตวิทยาของกรมสุขภาพจิต ให้ร่วมประเมินสภาวะจิตใจ และสภาพสมองของเด็ก เพื่อทำแผนฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อไป
รองอธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของเยาวชนชายอายุ 8 ขวบ ที่ร่วมกระทำความผิดด้วย เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวไป เพราะกฎหมายให้ถือว่าการกระทำของเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบ ไม่เป็นความผิดทางอาญา แต่จะดำเนินมาตรการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก คือเรียกตัวผู้ปกครองมาทำแผนการเลี้ยงดูบุตรอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทำความผิดซ้ำ ส่วนเยาวชนอายุ 11 และ 12 ปี ที่ถูกควบคุมดูแล ทางเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศต่อหญิง ที่อายุไม่ถึง 15 ปี เป็นความผิดร้ายแรง มีวงเงินประกันตัวสูงถึงรายละ 20,000 บาท แต่ในเบื้องต้นทราบว่าผู้ปกครองมีฐานะยากจน จึงไม่ต้องการให้ไปกู้ยืมเงินมาประกันตัว
"หากผลการประเมินของนัก จิตวิทยา ระบุว่าเยาวชนไม่มีอาการทางสมอง และไม่จำเป็นต้องควบคุมตัวไว้รักษา สถานพินิจฯ อาจผ่อนปรนเงื่อนไขการประกันตัวให้ โดยผู้ปกครองต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมจะเลี้ยงดูบุตรได้อย่างใกล้ชิด และต้องให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของเยาวชนเมื่อกลับเข้าสู่สังคม" รองอธิบดีกรมพินิจฯ กล่าว
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบร้านเกมอินเตอร์เน็ต ที่เปิดให้บริการเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี นอกเหนือจากการตรวจสอบจากตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อาจจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากกรมสรรพากร ให้ประเมินรายการเสียภาษีของร้านเกมอินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นมาตรการควบคุมแบบคู่ขนาน เพราะปัญหาใหญ่ของเด็กในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงการเสพยาบ้าเท่านั้น แต่การเสพติดเกม เป็นความสุขที่ซื้อหาได้ในราคาชั่วโมงละ 15 บาท เป็นภัยที่ต้องวางแผนแก้ไขอย่างจริงจัง มิเช่นนั้นเด็กไทยจะอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการก้าวกระโดดเข้าสู่มุมมืด หากถลำตัวเข้าไปแล้วจะยากต่อการกู้คืน
รองอธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวว่า ปรอทวัดพฤติกรรมของเยาวชน แสดงให้เห็นพฤติกรรมในด้านลบเด่นชัด โดยเฉพาะการออกมาร่วมกิจกรรมของเยาวชนในวันสงกรานต์ อีกทั้งตัวเลขการจับกุมเยาวชนที่กระทำผิดอาญา พบว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ของเยาวชนที่ถูกจับกุม ไม่เรียนหนังสือ และไม่ทำงาน ส่งผลให้มีเด็กและเยาวชนถูกส่งตัวเข้าสถานพินิจฯ ทั่วประเทศกว่า 9,300 คน เกินงบประมาณที่ตั้งไว้เป็นค่าเลี้ยงดูเด็กในสถานพินิจฯ เดือนละ 300 คน ดังนั้นถ้าพ่อแม่ไม่เริ่มวางแผนการเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่ตั้งครรภ์ ในอนาคตจะเป็นปัญหาใหญ่ ที่เปลี่ยนแปลงสภาพสังคมไทยไปโดยสิ้นเชิง
ขณะที่ นางทิชา ณ นคร ผอ.ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ขณะนี้ปฏิทินเหตุการณ์ที่เด็กและเยาวชนไทยต้องเผชิญปัญหาชัดเจนมาก คือปิดเทอมเด็กต้องตกน้ำตาย เจอการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่มีที่ไป พอเปิดเทอมก็ต้องตายจากการรับน้อง นักเรียนตีกัน ขณะที่คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ องค์กรที่ทำงานด้านเด็ก รวมทั้งตนด้วยไม่ได้คิดอะไรล่วงหน้าเพื่อป้องกันรองรับปัญหาเลย ถือเป็นเรื่องที่แย่มาก ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องลงทุนเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วจับส่งเข้าสถานพินิจ เพราะเด็กทำไปเพราะอยากลอง มีสิ่งกระตุ้นเร้า ขณะที่ต้นทุนความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศของเด็กไทยบอดมาก เด็กไม่มีมุมมองอื่นเลยที่จะต้านได้ ทั้งจากบ้าน หรือโรงเรียน เมื่อเห็นสื่อก็กระโจนเข้าใส่
นางทิชา กล่าวว่า เมื่อเกิดปัญหาก็ไม่สามารถปล่อยเด็กให้ลอยนวลได้ ต้องลงโทษ ทั้งที่ปัญหาเกิดจากผู้ใหญ่งี่เง่า คนที่ทำงานในบริบทของเด็กและเยาวชน รวมทั้งนักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ ก็ยุ่งแต่เรื่องของผลประโยชน์อำนาจพวกพ้องตัวเอง ส่วนผู้ประกอบธุรกิจก็ใช้เด็กเยาวชนเป็นน้ำหล่อเลี้ยงธุรกิจ หากินกับเด็ก ดังนั้นควรมีมาตรการทางกฎหมายชัดเจนเอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะเรื่องอินเตอร์เน็ต ต่อไปจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็ก ยิ่งขณะนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทางสังคม พ่อแม่รุ่นเก่าไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยี จึงไม่สามารถรับมือกับปัญหาได้
"เด็กพ.ศ.นี้ต้องสังเวยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จะมีเด็กตกเป็นเหยื่อสังเวยอีกเท่าไหร่ ปัญหาจะไม่เกิดหากผู้ใหญ่ไม่มุ่งแต่เอาผลประโยชน์ตัวเองมากเกินไป แม้ช่วงปิดเทอมพ่อแม่ไม่ได้ปิดเทอมด้วย แต่พ่อแม่จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ปัญหาเกิดทุกวงการ แม้แต่นักข่าวก็มาปรับทุกข์ให้ฟังว่า หลานติดเกมจนต้องขังไว้ในบ้าน เพราะฉะนั้นต้องมีกลไกออกแบบจริงจังผ่านกระบวนการนักการเมือง เพิ่มมาตรการเข้มงวด เพิ่มพื้นที่ดี ปิดเทอมคราวหน้าหวังว่าคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ที่มีอำนาจช่วยคิดล่วงหน้าจัดการปฏิทินเหตุการณ์ปัญหาอย่างจริงจัง" นักทำงานด้านเด็กและสตรีกล่าว
ส่วน น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ ผอ.สถา บันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ กล่าวว่า เด็กอายุ 11-13 ปี เป็นวัยที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น ทำให้สนใจเรื่องเพศ หากมีการเรียนรู้ในทางที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการเรียนรู้ผ่านสื่อลามกต่างๆ จะส่งผลต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ใน 3 ด้าน คือ 1.คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี 2.ลดการยับยั้งชั่งใจ เพราะเกิดการกระตุ้นจากสิ่งที่พบเห็น และ 3. เกิดการชินชา จากการรับรู้ซ้ำหลายครั้ง และการร่วมกระทำกับกลุ่มเพื่อน จะทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ผิด เนื่องจากปัจจุบันเด็กสามารถเรียนรู้เรื่องเพศได้จากสื่อหลายแหล่ง ที่กระตุ้นและส่งเสริมในทางที่ผิด ขณะที่กิจกรรมที่ดีกลับลดลง โดยพบว่าสาเหตุที่เด็กมักเลือกเข้าร้านอินเตอร์เน็ต ที่ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 5 นาที เพราะเด็กไม่มีทางเลือกทำกิจกรรมด้านอื่นๆ ดังนั้น แนวทางแก้ไขปัญหา รัฐบาลควรกระทำใน 2 ด้าน คือการสกัดกั้นสื่อร้าย และสร้างพื้นที่ดีให้กับเด็ก
นายสุธา ชันแสง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของเครือข่ายผู้ปกครองต่อกระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กทม. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการคุ้มครองเด็กและเยาวชนในร้านเกม หรือร้านอินเตอร์เน็ต เช่น ควบคุมเวลาเพื่อคุ้มครองเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรใช้บริการหลัง 20.00 น. และ 22.00 น. คุมเวลาเล่นเกมไม่เกิน 3 ชั่วโมง และให้จดทะเบียน จัดร้านให้ปลอดภัยถูกสุขลักษณะไม่มืดทึบ และต้องตรวจตราร้านเน็ตที่เปิดตามซอย หรือในหมู่บ้าน ที่ไม่ได้อยู่ริมถนนมักหลงหูหลงตา อาจเป็นแหล่งมั่วสุมได้
รมว. พัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก มุ่งให้เกิดการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กทุกที่ ต้องมีพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ แต่ปัญหามีมากกว่าจำนวนเจ้าหน้าที่ อยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองช่วยเป็นหูเป็นตาให้ความรู้กับเด็กด้วย ส่วนกฎหมายลงโทษร้านเน็ต หากยังไม่ครอบคลุม หรือโทษน้อย ก็จำเป็นต้องเพิ่มโทษให้เป็นตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ สั่งการให้ศูนย์ประชาบดี 1300 เฝ้าระวัง คอยรับแจ้งเหตุไม่เหมาะสม หากใครพบเห็นให้แจ้งเหตุได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากปกติศูนย์ได้รับแจ้งเหตุประมาณ 20-50 รายต่อเดือน
หน้า 1
