ห้องสมุดชุมชน"หนองผำ" สารพัดหนังสือเอื้ออารี (06พ.ค.51)

เพราะต้องการให้คนในชุมชนหนองผำโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนกว่า 80 ชีวิต ได้มีสถานที่อ่านหนังสือ แสวงหาความรู้ในยามว่าง

แทนที่จะใช้เวลาหมดไปกับการออกไปเช่าชั่วโมงอินเทอร์เน็ต เพื่อเล่นเกม กอปรกับต้องการมีแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ของชุมชน เผื่อวัน หนึ่งข้างหน้าจะมีหน่วยงานและชุมชนอื่นมาศึกษาดูงาน

" ห้องสมุดชุมชนหนองผำ" หมู่9 ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จึงก่อ เกิดขึ้นจากมติของคนในชุมชนที่เห็นพ้องต้องกันว่าควรเจียดพื้นที่ส่วนหนึ่ง ประมาณ 32 ตารางเมตร จากพื้นที่ชุมชนทั้งหมด 1 ไร่ 3 งาน ซึ่งเดิมเป็นศาลา อเนกประสงค์ชุมชน ปรับใหม่ให้กลายเป็นอาคารห้องสมุด โดยใช้ดอกเบี้ยจากกอง ทุนออมทรัพย์ของชุมชน ประมาณ 1.5 หมื่นบาท ในการปรับสถานที่ให้มีชั้นวาง หนังสือ โดยนายสุธา ชันแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่น คงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดเมื่อเร็วๆ นี้

หนังสือในห้องสมุดชุมชนนางธนวรรณพวงผกา ผู้ประสานงานในชุมชน บอกว่าไม่ได้ขอบริจาคหรือของบประมาณมาจัดซื้อจากที่ไหน หากแต่ได้จากการระดม หนังสือจากทุกคนในชุมชน บ้านไหนมีหนังสืออะไรเมื่ออ่านจบแล้วก็จะนำมาวางไว้ ที่ชั้นหนังสือในห้องสมุดชุมชน รวมถึงหนังสือที่ตัวแทนคนในชุมชนไปร่วม สัมมนาหรือร่วมงานต่างๆ แล้วได้รับแจก ก็จะนำมาเก็บไว้ที่นี่เช่นกัน เพื่อ แบ่งปันให้คนในชุมชนได้อ่านหนังสืออย่างทั่วถึง

ปัจจุบันในห้องสมุดหนองผำจึงมีหนังสือเอื้ออารีสารพัด ประเภท ทั้งหนังสือแบบเรียน การ์ตูน นิทาน นิตยสาร นิยาย เอกสารประกอบการ สัมมนาของหน่วยงานต่างๆ และหนังสืออ่านเล่นทั่วไป กว่า 100 เล่ม โดยมีการ จัดแยกหนังสือไว้เป็นประเภท เพื่อให้สะดวกในการเลือกหยิบหนังสือมาอ่าน   

"ได้รับความสนใจจากคนในชุมชนมาใช้บริการอย่างมาก โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งยามว่างเว้นจากการทำงานหาเลี้ยงชีพในช่วงเวลาเย็น จะเห็นภาพลูกหลานนั่ง ตักพ่อแม่หรือพี่ แล้วรบเร้าให้อ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ฟังอยู่ เสมอ ห้องสมุดแห่งนี้จึงเป็นแหล่งสร้างความอบอุ่นของคนในครอบครัวและคนใน ชุมชนเดียวกันด้วยไม่เพียงแต่ต่างคนได้รับความรู้ส่วนตัวเท่านั้น" นาง ธนวรรณกล่าวพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มแสดงความภาคภูมิใจ  อนาคตคนในชุมชนวาดหวัง ให้ห้องสมุดเล็กๆแห่งนี้ พัฒนากลายเป็น ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนที่ไม่ได้ มีเพียงหนังสือให้อ่านเท่านั้นแต่จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ และสื่อการเรียน รู้ที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็ก รวมถึงการเพิ่มพูนความรู้ของผู้ใหญ่ให้ทัน สมัยอยู่เสมอ และจะขยายฐานการให้บริการไปยังชุมชนใกล้เคียงด้วย

 นางธนวรรณบอกว่าขณะนี้ได้รับการติดต่อจากศูนย์การศึกษานอก โรงเรียน อ.วารินชำราบ ให้เข้าร่วมใน โครงการห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระเทพฯเพื่อที่จะได้รับการสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดระบบหนังสือ นอกจากนี้งบประมาณที่ได้จากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สังกัด พม. จำนวน 5 หมื่นบาท ได้เจียดเงินส่วนหนึ่งประมาณ 2 หมื่นบาทสำหรับ ใช้พัฒนาห้องสมุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดซื้อและติดตั้งชุดเครื่องขยายเสียง เพื่อ ดำเนินโครงการหนังสือพิมพ์ตามสายซึ่งจะให้เด็กในชุมชนผลัดเปลี่ยนเวรอ่าน หนังสือให้คนในชุมชนฟัง เท่ากับซื้อหนังสือพิมพ์เพียงเล่มเดียว แต่ทุกคนใน ชุมชนจะรับรู้ข่าวสารอย่างทั่วถึงกัน นางธนวรรณเล่าว่าเดิมคนในชุมชนทั้งหมด อาศัยอยู่ที่ชุมชนหนองสระ แต่เนื่องจากมีกรณีพิพาทระหว่างนายทุนเจ้าของ ที่ดินและเทศบาลนครอุบลราชธานี ในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน และศาลมีคำสั่ง ตัดสินเมื่อปี 2539 ว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของนายทุน ในปี 2545 ชาวบ้านใน ชุมชนจึงเสนอขอเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอ ช.) ซึ่งให้ความช่วยเหลือในการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และปล่อยสิน เชื่อระยะยาว ดอกเบี้ยต่ำให้ชาวบ้านกู้มาสร้างบ้านใหม่ในแผ่นดินของตัว เอง โดยปัจจุบันชาวบ้านผ่อนชำระคนละ 1,640-1,785 บาทต่อเดือน

ห้องสมุดชุมชนหนองผำเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งว่าความต้องการของคนใน ชุมชนสามารถเกิดขึ้นได้จากคนในชุมชนเอง ร่วมมือร่วมใจร่วมคิดและร่วมทำ โดย ไม่จำเป็นต้องรอเพียงความช่วยเหลือหรืองบประมาณจากหน่วยงานราชการส่วนกลาง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เท่านั้น หากแต่เมื่อคนในชุมชนแสดงให้ เห็นถึงพลังของความสมานสามัคคีในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน แล้ว เมื่อนั้นชุมชนจะถูกเล็งเห็นความสำคัญ 

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันอังคารที่ 6 พ.ค.51