เติมจินตนาการเสริมความอบอุ่นกับ"หนูน้อย"นักเล่า "นิทาน" (07พ.ค.51)
จากหนังสือพิมพ์ : คมชัดลึก วันที่ 7 พฤษภาคม 2551
นิตยสาร Mother & Care สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ และมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ร่วมกันจัดโครงการหนูน้อยยอดนักเล่านิทาน ครั้งที่ 2
โดยนำเด็กที่ ได้รับรางวัลอันดับ 1-3 จากโครงการลับสมองประลองปัญญาสรรหาหนูน้อยนักเล่านิทาน ครั้งที่ 2 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้จัดไปแล้วเมื่อปี 2550 มาแสดงความสามารถ เพื่อเป็นการต่อยอดความรู้หลังจากได้รับการตอบรับจากครอบครัวและสังคม ว่าเด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการได้ส่งเสริมการอ่าน เป็นเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก มีทักษะการใช้ภาษาดี อารมณ์แจ่มใส มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และมีส่วนช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กให้สูงขึ้นอีกด้วย
พญ.สุธิรา ริ้วเหลือง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ซึ่งได้มาร่วมกิจกรรมเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังในช่วงนักเล่ารุ่นใหญ่ขวัญใจนักฟัง กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้เด็กได้พัฒนาสมอง สามารถจดจำ พัฒนาความคิด จินตนาการ และมีความคิดสร้างสรรค์ สิ่งสำคัญก็คือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ แม่ ลูก ให้มีกิจกรรมทำร่วมกัน
" เวลาที่พ่อแม่เล่านิทานให้ลูกฟังจะต้องพูดให้ข้อคิด บอกสิ่งที่ดีงามกับลูก เพื่อปลูกฝังให้ลูกเป็นคนดี และจะต้องนั่งฟังลูกอ่านหนังสือ อย่าปล่อยให้ลูกอ่านหนังสือคนเดียว"
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการ ปลูกฝังลูกให้รักการอ่าน คุณหมอยังแนะนำว่า ช่วงอายุที่สำคัญที่ปลูกฝังเด็กให้อ่านหนังสือคืออายุไม่ถึง 1 ขวบ จนถึง 6 ขวบ และต้องเลือกหนังสือให้เหมาะกับอายุของลูก โดยเด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ ควรเป็นหนังสือที่มีสีสันสวยงาม มีรูปภาพเยอะๆ และควรเป็นหนังสือที่มีผิวสัมผัสให้เด็กบีบจับได้
คุณหมอให้ข้อมูลต่อว่า เด็กอายุ 2-3 ขวบ ควรเป็นหนังสือปกแข็ง มีตัวหนังสือ รูปภาพขนาดใหญ่สีสันสวยงาม และมีกิริยาท่าทางต่างๆ เพื่อเสริมทักษะ ขณะที่เด็กอายุ 4-5 ขวบ ควรเป็นนิทานหรือเรื่องที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน และให้ข้อคิดสอนใจ สำหรับเด็กประถม อายุ 6 ขวบขึ้นไป เป็นหนังสือปกอ่อน มีจริยธรรม หรือเป็นนิทานอีสป เพราะเด็กอายุขนาดนี้ จะรับรู้เรื่องจริยธรรมได้แล้ว
อย่างนี้ต้องคุยกับคนสำคัญของวันนี้ ด.ช.ณัฐธัญ วรนาวิน หรือ "น้องข้าวปั้น" วัย 5 ขวบ เรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนอนุบาลทานตะวัน หนูน้อยคนเก่งที่ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประเภทอายุ 4-6 ขวบ ได้ขึ้นมาเล่านิทานเรื่อง “ดาวไม้กวาด” พร้อมแสดงลีลา ท่าทาง น้ำเสียงประกอบ จนสะกดคนฟังทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ให้หยุดฟังอย่างตั้งใจ ปิดท้ายด้วยข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้อีกว่า สิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว อย่าทิ้ง เพราะยังสามารถนำกลับมาใช้ได้อีกจ้า
สำหรับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 คือ ด.ญ.ฐรัฎฐา เมธีธัชกุล เล่านิทานเรื่อง “ผึ้งน้อยกับนกเขา” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ด.ช.ปกป้อง โรจนพงศ์อนันต์ เล่านิทานเรื่อง “ตุ่นน้อยขี้กลัว” ซึ่งทั้งสองคนก็เล่านิทานอย่างมีลีลา และท่าทางประกอบได้ดี ไม่แพ้น้องข้าวปั้นเลยทีเดียว
นับเป็นอีกหนึ่ง โครงการที่จะช่วยสานความสัมพันธ์ของครอบครัวให้อบอุ่น ระหว่างพ่อ แม่ ลูก ให้มีกิจกรรมร่วมกัน โดยเริ่มจากคุณพ่อคุณแม่เล่านิทานให้ลูกฟัง ช่วยพัฒนาศักยภาพของลูกให้สูงขึ้น ทั้งยังเป็นการปลูกฝังคุณธรรมที่ดีให้ลูกตั้งแต่วันนี้เพื่อเติบโตเป็น ผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้าอีกด้วย
ครอบครัวหรือผู้ที่สนใจในโครงการหนู น้อยยอดนักเล่านิทาน ครั้งที่ 2 สามารถติดตามหรือพาเด็กๆ เข้าฟังได้ทุกวันเสาร์ จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องสมุดเด็ก สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (ทีเค พาร์ค) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7 เขตปทุมวัน หรือโทรสอบถามที่โทร. 0-2241-8000 ต่อ 324, 322
