วธ.ปิ๊งใช้ซอฟต์แวร์คุมร้านเกม ห้ามเด็กเล่นนานเกิน3ชั่วโมง (15พ.ค.51)

ข้อมูลจาก มติชน วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11023

นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร
รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยผลการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการคุ้มครองเด็กและเยาวชนในด้านเกมและ อินเตอร์เน็ต มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ ผู้ประกอบการร้านเกม ตัวแทนผู้ปกครองและเยาวชนเข้าร่วม ว่าที่ประชุมได้หารือในประเด็นสำคัญๆ ได้แก่ 1.การควบคุมระยะเวลาการใช้บริการร้านเกมหรืออินเตอร์เน็ตของเด็กและเยาวชน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และต่ำกว่า 18 ปี 2.การจัดระดับความเหมาะสมของเกมหรือเรตติ้งเกม เพื่อจำแนกเนื้อหาให้เหมาะสมตามวัยผู้เล่น 3.การจัดทำร่างกฎกระทรวงเพื่อประกอบ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2550 รวมทั้งบูรณาการกฎหมายและนโยบายเพื่อช่วยคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และ 4.แนวทางการพัฒนาร้านเกมและอินเตอร์เน็ตให้เป็นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและ เยาวชน ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้เสนอให้นำโปรแกรมมาใช้จัดทำฐานข้อมูลของเด็กและร้านเกมทั่ว ประเทศ เพื่อให้สะดวกในการควบคุมช่วงเวลาการให้บริการและตรวจสอบร้านเกม ซึ่งขณะนี้ทางผู้เชี่ยวชาญได้ดำเนินการจัดทำเสร็จแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการติดตั้งระบบและจัดหางบประมาณดำเนินการเท่านั้น นอกจากนี้ วธ.จะผลักดันให้มีการทำบัตรสมาร์ทการ์ดให้กับเด็กและเยาวชนในการใช้บริการ ร้านเกม และอินเตอร์เน็ต เพื่อว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจะสามารถตรวจสอบได้ทันที ซึ่งเรื่องนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้อาสาจะไปศึกษาความเป็นไปได้แล้ว

" ทางเครือข่ายครอบครัวได้เสนอแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วยที่จะไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือเด็กที่ยังไม่มีบัตรประชาชนไปใช้บริการร้านเกมหลังเวลา 20.00 น. และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรใช้บริการหลัง 22.00 น. รวมทั้งไม่อนุญาตให้เด็กและเยาวชนเล่นเกมนานเกินกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งนี้ วธ.จะเร่งหาข้อสรุปเรื่องการดูแลร้านเกมและการจัดเรตติ้งเกม เพื่อสามารถดูแลบุตรหลานให้ปลอดภัยได้ โดยจะสรุปเสนอเป็นแนวทางการจัดทำร่างกฎกระทรวงต่อไป" รองปลัด วธ. กล่าว

ด้าน ร.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ ผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า พ.ร.บ.ควมคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 กำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 2 มิถุนายน 2551 และจะมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2550 แทน ซึ่งกำหนดบทลงโทษปรับผู้กระทำผิดในอัตราที่สูงมาก จะทำให้เกิดความกลัวและไม่กล้ากระทำความผิดซ้ำอีก

หน้า 22