"ขันนอต" ตรวจสื่อ ผลกระทบเด็กและเยาวชน (15พ.ค.51)
วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6377 ข่าวสดรายวัน

การติดตามเนื้อหาของสื่อที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ดำเนินมาต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้นในระยะนี้
หลังจากมีการตั้งประเด็นคดีอาชญากรรมและกรณีทางสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับครอบครัวและเยาวชนกับสื่อมากขึ้น
น. พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ กล่าวว่า เด็กวัย 11-13 ปี ถือเป็นวัยที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น ทำให้สนใจเรื่องเพศ หากมีการเรียนรู้ในทางที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการเรียนรู้ผ่านสื่อลามกต่างๆ จะส่งผลต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ใน 3 ด้าน
1.คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี 2.ลดการยับยั้งชั่งใจเพราะเกิดการกระตุ้นจากสิ่งที่พบเห็น และ 3.ชินชา จากการรับรู้ช้ำหลายครั้งและการร่วมกระทำกับกลุ่มเพื่อน จะทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ผิด เนื่องจากปัจจุบันเด็กสามารถเรียนรู้เรื่องเพศได้จากสื่อหลายแหล่งที่ กระตุ้นและส่งเสริมในทางที่ผิด ขณะที่กิจกรรมที่ดีกลับลดลง
ปัญหาการระบาดของสื่อลามก พบว่า 50% เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ 30% เผยแพร่ในรูปแบบซีดี และอีก 20% เป็นสื่อสิ่งพิมพ์
เด็ก เลือกเข้าร้านอินเตอร์เน็ตได้สะดวกสบาย ในขณะที่มาตรการทางกฎหมายยังไม่เข้มงวดเพียงพอ โดยเฉพาะสื่อสีดำ มีบทลงโทษเพียงปรับไม่เกิน 6,000 บาท ทำให้ผู้เผยแพร่และผลิตสื่อดังกล่าวไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
ดังนั้น แนวทางแก้ไขปัญหา รัฐบาลควรกระทำใน 2 ด้าน คือ การสกัดกั้นสื่อร้ายและสร้างพื้นที่ดีให้กับเด็ก
สำหรับ งานแถลงผลติดตามสื่อเรื่อง "ดูดู๊ดูสื่อไทย ทำไมถึงทำกับเด็กได้" ที่สภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแนวร่วมเยาวชนสร้างสรรค์สื่อไทย ประกอบด้วย สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สภาเยาวชนกรุงเทพมหานคร เครือข่ายประธานนักเรียน เครือข่ายเอดส์และเพศศึกษา (V-Teen) เครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์สังคม (Saf) เครือข่ายนิเทศศาสตร์ มีผลการติดตามสื่อละครและโฆษณาทางโทรทัศน์เป็นพิเศษ
จากการติดต่อ สำรวจพฤติกรรมการดูทีวีของเด็ก โดยสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย พบว่า การดูโทรทัศน์ของเด็กและเยาวชนอายุ 10-25 ปี เมื่อวันที่ 2-5 พ.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 565 คน พบกลุ่มตัวอย่างเกือบ 60% จะดูทีวีคนเดียว
ดัง นั้น เมื่อพบรายการที่ไม่เหมาะกับช่วงวัย เช่น ไม่เหมาะกับผู้ชมอายุต่ำกว่า 13 (น13) หรือ 18 (น18) รายการเฉพาะไม่เหมาะกับเด็กและเยาวชน (ฉ) ที่มีจะมีการขึ้นคำเตือน แต่เด็กอายุ 10-15 ปี จำนวน 58% จะดูตามปกติ เด็กอายุ 16-20 ปี จำนวน 81.6% ดูตามปกติเช่นกัน ส่วนกลุ่มที่ดูทีวีกับผู้ปกครอง แล้วเจอรายการไม่เหมาะกับวัยแต่ดูโดยไม่เปลี่ยนช่องนั้น มีผู้ปกครอง 54.8% ที่พูดคุยให้คำแนะนำระหว่างดู
ในส่วนของละคร นายสาโรช จำปาศักดิ์ รองประธานสภาเด็กฯ กล่าวว่า ฉากที่คิดว่ารุนแรง 8 อันดับแรก คือ 1.ฉากตบตีกันนานๆ 2.ข่มขืน 3.ด่าทอ 4.ขว้างปาทำลายสิ่งของ 5.ล้อเลียนดูถูก คนแก่ ผู้หญิง เพศทางเลือก 6.แต่งกายโป๊ วับๆ แวมๆ 7.ดื่มเหล้า 8.กระโดดถีบ โดย 70.4% บอกว่า เคยเห็นเด็กๆ เลียนแบบการแสดงต่างๆ ในทีวี เช่น ร้องกรี๊ดๆ เวลาไม่พอใจ ด่ากัน ตบตีกัน เล่นเป็นพ่อ ผัวเมีย และกลุ่มตัวอย่าง 33.8% ยอมรับว่าตัวเองก็เคยอยากเลียนแบบพฤติกรรมเหล่านี้
มาถึงสื่อโฆษณา การสำรวจพบว่า เด็ก 10-15 ปี เกือบ 50% บอกว่า โฆษณาขนมกรุบกรอบที่มีของแจกของแถมทำให้อยากซื้อขนมมากถึงมากที่สุด และเจอโฆษณาเหล่านี้มากถึงมากที่สุดในรายการเด็กเกือบ 50% เช่นกัน ขณะที่เด็ก 60.8% ต้องการให้คุมการโฆษณาขนมกรุบกรอบที่มีของแจกของแถม
นายสาโรช กล่าวว่า จากผลสำรวจนี้ จึงอยากให้เจ้าของสถานีโทรทัศน์มีความตระหนัก ช่วยกันแก้ปัญหา
ด้านหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงอย่างกระทรวงวัฒนธรรม มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้เช่นกัน
น. ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ต้องการให้วธ.ขอความร่วมมือจากผู้จัดละคร ผู้กำกับฯ เจ้าของช่อง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ตระหนักกับบทละคร พยายามหลีกเลี่ยงฉากความรุนแรงและก้าวร้าว แม้ละครก็คือละคร แต่ถ้ามีการนำเสนอเรื่องราวที่เหมือนๆ กัน ซ้ำๆ ก็จะเป็นการตอกย้ำ เด็กและเยาวชนจะซึมซับอย่างไม่รู้ตัว เพราะเด็กยังขาดวุฒิภาวะในการพินิจวิเคราะห์ อาจทำให้เด็กจำตัวอย่างในละคร เห็นว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องปกติธรรมดา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
นอก จากนี้ อยากจะฝากให้ผู้ปกครองแนะนำบทละครที่มีฉาก คำพูด หรือพฤติกรรมไม่เหมาะสม เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก และบอกให้เด็กรู้ว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด ทั้งนี้ ช่วงปิดเทอมอยากให้ผู้ปกครองควรสนใจบุตรหลานให้มาก
ด้าน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าหลังเปิดตัวเว็บไซต์ www.me.or.th เพื่อใช้ประเมินเนื้อหารายโทรทัศน์อย่างเป็นทางการพบว่า ใช้ดูรายการโทรทัศน์ขณะที่กำลังออกอากาศและย้อนหลังได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากนี้ไปประชาชนทั่วประเทศสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นว่า รายการทีวีช่องไหนมีการจัดระดับความเหมาะสมของสื่อ (เรตติ้ง) ที่ไม่เหมาะสมผ่านเว็บไซต์นี้ได้โดยตรง โดยวธ.จะทำการรวบรวมข้อมูลที่ประชาชนสะท้อนเข้ามา ส่งไปยังกรมประชาสัมพันธ์ และสถานีทุกช่องได้ศึกษาเรตติ้งเชิงคุณภาพในการปรับปรุงรายการต่างๆ ให้มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของผู้ชมด้วย
เป็นการจับตาและตรวจสอบร่วมกันของสังคม
หน้า 25
