ถาม-ตอบ เรื่อง กองทุนสื่อสร้างสรรค์

law mass

1.กองทุนสื่อสร้างสรรค์ คืออะไร ?

คือ กองทุนที่มีไว้เพื่อพัฒนาสื่อดีๆ เพื่อสร้างการเรียนรู้ เช่น รายการทีวี รายการวิทยุ เพลงดี หนังสือดี และสื่อชุมชนดีมีคุณค่าอื่นๆ รวมทั้งช่วยเพิ่มช่องทางให้คนทุกกลุ่มได้เข้าถึงสื่อดีได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสื่อ เท่าทันสื่อ ฯ ซึ่งกองทุนฯ ไม่ใช่แค่ ทุน”เงิน”เพื่อผลิตสื่อเท่านั้น แต่รวมถึง ทุนความคิด จินตนาการ และทรัพยากรอื่นๆ ที่จะร่วมสนับสนุนการใช้สื่อเพื่อสร้างการเรียนรู้

2.ทำไมต้องมีกองทุนสื่อสร้างสรรค์?

เพราะ ทุกวันนี้ สื่อเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนไทยกว่า23ล้านคน ใช้ชีวิตอยู่กับสื่อ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ตมากกว่าอยู่ในโรงเรียน ซึ่งสื่อเหล่านี้มีผลต่อความคิด พฤติกรรม และค่านิยมของเด็กและเยาวชน แต่ปรากฏว่าสื่อดีเหมาะสมกับเด็กมีน้อยมาก และเด็กหลายกลุ่มเข้าไม่ถึงสื่อดีที่มีอยู่ จึงต้องมีกองทุนสื่อฯ เพื่อสนับสนุนการผลิตการเผยแพร่สื่อดี มีคุณภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้เท่าทันสื่อของเด็กเยาวชน ครอบครัว รวมถึงส่งเสริมชุมชน สังคมร่วมพัฒนาสื่อดี ใช้สื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่

3.พ.ร.บ. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ฉบับประชาชนคืออะไร

กว่า 10 ปี ที่มีการผลักดันเรื่องกฎหมายกองทุนสื่อสร้างสรรค์ฯ ขึ้น และได้นำเสนอต่อรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย จนในที่สุด ร่าง พ.ร.บ. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้ ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2555 แต่เครือข่ายสื่อเพื่อเด็กและครอบครัวที่ร่วมขับเคลื่อนเห็นว่า กฏหมายกองทุนสื่อฯ ควรจะให้ประชาชนเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากกองทุนสื่อฯ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม จึงจำเป็นต้องมีการเสนอ ร่าง พ.ร.บ. กองทุนสื่อฯ ฉบับประชาชน ไปประกอบร่วมด้วย เพื่อให้กฎหมายออกมามีความสมบูรณ์ และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยประชาชนจะเสนอกฎหมายได้ จำเป็นต้องเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 10,000 รายชื่อ

4. อยากเห็น กองทุนสื่อสร้างสรรค์ ทำอะไรบ้าง?

  • พัฒนาและเผยแพร่ สื่อสร้างสรรค์สำหรับ เด็ก เยาวชน และครอบครัว ที่มีเนื้อหา คุณค่าที่หลากหลายสอดคล้องกับกลุ่มต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมการศึกษา วิจัย พัฒนาองค์ความรู้และแนวคิดใหม่ๆในเรื่องสื่อ

·พัฒนาศักยภาพผู้ผลิตทั้ง มืออาชีพ กลุ่มอิสระ รวมถึงสื่อโดยเด็ก เยาวชน และชุมชน และเพิ่มช่องทางนำเสนอสื่อสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ทั่วถึง และเท่าเทียมมากขึ้น ·พัฒนาผู้ใช้สื่อ ให้เท่าทัน และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและร่วมพัฒนาสื่อดี

5. ประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรจากกองทุนสื่อสร้างสรรค์?

  • เด็กเยาวชน ครอบครัว และคนในชุมชน ได้เรียนรู้สิ่งดีๆ เปลี่ยนแปลงตนเอง พัฒนาชุมชน สังคมให้ดีขึ้น

เพราะ ..... มีสื่อสร้างสรรค์ที่มีเนื้อหา คุณค่าที่หลากหลาย สอดคล้องกับกลุ่มต่างๆ มากขึ้น ชุมชนเข้าถึงสื่อสร้างสรรค์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมมากขึ้น


  • เด็กเยาวชน ครอบครัวและคนในสังคม
    มีพื้นที่สร้างสรรค์ ได้ทำกิจกรรมดีๆ และลดพื้นที่เสี่ยง

เพราะ....มีโอกาสรวมกลุ่มกัน ทำกิจกรรมดีๆในการพัฒนาสื่อ ใช้สื่อ รู้เท่าทันสื่อ เฝ้าระวังสื่อ ในชุมชน ในสังคมฯลฯ

  • ผู้ผลิตสื่อ ผู้ใช้สื่อ หน่วยงานและผู้คนหลากหลายกลุ่ม ได้มีส่วนร่วมพัฒนาสื่อดีๆ มีแนวคิดใหม่ๆเกิดขึ้นในสังคม

6. ใครมีสิทธิ์ที่จะได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสื่อสร้างสรรค์?

ร่าง พ.ร.บ. กองทุนสื่อฯ ฉบับประชาชน-ประชาชน ทุกกลุ่มที่มีเป้าหมายใช้สื่อเพื่อพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัว ชุมชนระดับท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เช่น กลุ่มคนพิการ, กลุ่มแรงงาน, กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มคนชายขอบ ฯลฯ มีสิทธิ์ใช้ประโยชน์จากกองทุนนี้อย่างเท่าเทียม ไม่เฉพาะวิชาชีพสื่อมวลชนหรือภาคธุรกิจเท่านั้น

7.กองทุนสื่อสร้างสรรค์ จะเอาเงินมาจากไหน?

มา จากเงินรายได้ที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. จัดสรรให้ หรือมาจากส่วนอื่นๆที่จะกำหนดไว้ ตามกฎหมาย

8.ใครเป็นคนบริหารกองทุนสื่อสร้างสรรค์?

ในร่าง พรบ.กองทุนสื่อฯ ฉบับประชาชนเห็นว่า กองทุนจะก้าวหน้า

  • โครง สร้างของกองทุน ต้องให้ภาคสังคมมีส่วนร่วม มีระบบหรือกลไกสนับสนุนการมีส่วนรวมของชุมชนระดับท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม มีพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคนทำงานกับครอบครัว สังคม และสามารถเสนอแนะต่อทิศทางการบริหารจัดการและการดำเนินงานของกองทุนได้ โดยผ่าน”สภาสื่อสร้างสรรค์” และ”สมัชชาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์”

    การ บริหารโดยคณะกรรมการ ที่อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง มาจากตัวแทนภาคประชาชน ที่ทำงานด้านสื่อ ด้านเด็กเยาวชน ด้านการเรียนรู้การศึกษาฯ โดยการสรรหา ซึ่งคณะกรรมการ จะไปออกหลักเกณฑ์ต่างๆของกองทุน

9.ท่านจะมีส่วนร่วมหนุนกองทุนสื่อสร้างสรรค์ได้อย่างไร?

ร่วมลงลายมือชื่อเสนอ พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ฉบับประชาชน และ ร่วมสนับสนุนการพัฒนากองทุนสื่อสร้างสรรค์ในระดับพื้นที่ เช่น สภาสื่อสร้างสรรค์ ฯลฯ

คำถามทั่วไป

การเข้าชื่อเสนอกฏหมาย

ถาม: ทำไมประชาชนต้องเข้าชื่อเสนอกฏหมาย?

ตอบ:การ เข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นการใช้สิทธิของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและมีส่วน ร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550มาตรา 163 มอบอำนาจให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10,000 คนร่วมกันเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้และหากสภาผู้แทนราษฎรมีมติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฏหมาย ตัวแทนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอกฎหมาย จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ร่วมเป็นกรรมาธิการได้ด้วยด้วย



ถาม
: ใครจะเป็นผู้มีสิทธิ์เข้าชื่อเสนอกฎหมายได้บ้าง?

ตอบ:ผู้ มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและสมาชิก วุฒิสภา หรือการเลือกตั้งท้องถิ่น ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา


ถาม
: จะสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้อย่างไร?

ตอบ: กรอกแบบฟอร์มการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย (แบบ ข.ก.1)พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง (ผู้ที่รวบรวมเอกสารจะประทับคำว่า “เพื่อเสนอ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสื่อฯ เท่านั้น" )


ถาม
: ทำไมต้องใช้ทะเบียนบ้าน?

ตอบ: เพราะเป็นเอกสารที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการเสนอกฎหมาย ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. 2542


ถาม
: การเข้าชื่อจะมีผลกระทบผูกพันอย่างอื่นหรือไม่?

ตอบ:ไม่ มี เนื่องจากมีการระบุไว้อย่างชัดเจนไว้แล้วว่า เพื่อเสนอร่างกฎหมายเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถนำไปใช้ในการก่อหนี้หรือภาระผูกพันใดๆได้

กระบวนการนำเสนอกฎหมาย

ถาม: ได้รายชื่อครบแล้วจะมีกระบวนการอะไรต่อ?

ตอบ: หลังจากรวบรวมรายชื่อครบ 10,000 รายชื่อแล้ว จะมีขั้นตอนและกระบวนการ ดังนี้

  • ผู้รวบรวมจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอกฏหมาย

  • ผู้แทนการเสนอกฎหมายนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดยื่นเรื่องเสนอต่อประธานรัฐสภา พร้อมด้วยร่างพระราชบัญญัติที่จะเสนอ
  • สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานในเบื้องต้นว่าผู้เข้าชื่อมีตัวตนอยู่หรือไม่ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่
  • หาก ตรวจสอบแล้วมีจำนวนไม่ถึง 10,000 คน สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะแจ้งให้ผู้แทนการเสนอกฎหมายทราบ เพื่อให้ดำเนินการเพิ่มเติมให้ครบ 10,000 คน ภายใน 30 วัน

  • หากมีจำนวน 10,000 คนขึ้นไป สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะจัดทำสรุปผลไปปิดประกาศ ณ จุดต่างๆ (ศาลากลางจังหวัด, ที่ว่าการอำเภอ, สำนักงานเทศบาล, ที่ทำการ อบต., ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และ ตามเขตชุมชนหนาแน่น) เพื่อประชาชนตรวจสอบรายชื่อ และหากคัดค้านต้องแจ้งความประสงค์ภายใน 20 วัน นับแต่วันปิดประกาศ

    • หาก ไม่มีการคัดค้าน หรือมีการคัดค้าน แต่จำนวนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายมีจำนวน 10,000 คนขึ้นไป ประธานรัฐสภาจะดำเนินการนำร่างพระราชบัญญัติที่ประชาชนร่วมกันเข้าชื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป

พิมพ์อีเมล