ร่วมหนุน"กอนทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์"

เขียนวันที่ . ฮิต: 2169

ชะตากรรม ร่าง พ.ร.บ. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ : 10 ปี 6 รัฐบาล

ทุกวันนี้เด็กของเราอยู่กับสื่อวันละ 8 ชั่วโมง สื่อหลักคือโทรทัศน์วันละ 5 ชั่วโมง อินเทอร์เน็ตวันละ 3 ชั่วโมง แต่สื่อเหล่านั้นเหมาะกับเด็กจริงๆหรือ ภาพยนตร์ เว็บไซต์ต่างๆ กว่าครึ่งมีเนื้อหาไม่เหมาะสม ทั้งรุนแรง อนาจาร รายการโทรทัศน์ การ์ตูน เกมส์คอมพิวเตอร์ก็เต็มไปด้วยความรุนแรง วิทยุสำหรับเด็กมีแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ สิ่งพิมพ์ก็มีน้อยมาก

ก้าวต่อก้าวกฎหมายกองทุนสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก

ย้อนเวลา กลับไป 10 ปี เมื่อพ.ศ. 2546 กว่า 76 องค์กร ได้ร่วมกันเริ่มต้นผลักดันร่างกฎหมายกองทุนสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก เพื่อสนับสนุนให้ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งภาคประชาชนสามารถผลิตสื่อสร้างสรรค์สำหรับและเยาวชน โดยมีทั้งงานวิจัย ผลการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 20 ครั้งทั่วประเทศ ทั้งนักวิชาการ ประชาชน เครือข่ายครอบครัวและเครือข่ายเด็ก ได้ร่วมกันยกร่างพระราชบัญญัติ ฯ และผลักดันไปยังทุกรัฐบาล

จนกระทั่ง ในวันที่ 23 มีนาคม 2553 ร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี รัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกาแต่เนื่องจากเหตุปัจจัยทางการเมืองทำให้มีการยุบสภาลงเสียก่อน ส่งผลให้ร่างพระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ต้องหยุดชะงักลง

ต่อมา ในปี 2555 ภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้นำร่าง พ.ร.บ.กลับมาผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร โดยเครือข่ายสื่อเพื่อเด็กและเยาวชนได้รวบรวมชื่อประชาชน จำนวน 12,500 รายชื่อ เพื่อเสนอร่าง พรบ.กองทุนสื่อฯ ฉบับประชาชน ไปประกอบด้วย เพื่อให้กฎหมายออกมามีความสมบูรณ์ และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

ซึ่งในขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้ผ่านขั้นตอนการรับรองของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 และขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งมีผู้แทนของภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 12 คน เสร็จสิ้นแล้ว โดยเตรียมบรรจุเข้าวาระที่ 3 ของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ความสำคัญของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จะทำให้เด็ก เยาวชน ครอบครัว รวมไปถึงชุมชนได้มีสื่อดีๆเพิ่มขึ้น มีช่องทางการเข้าถึงสื่อมากขึ้น ทั้งสื่อมวลชน และสื่อชุมชน สื่อจะมีเนื้อหาและคุณค่าหลากหลายเหมาะกับเด็กและเยาวชนมากขึ้น เพราะในนิยามของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้กำหนดไว้ว่า

“สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” หมายความว่า สื่อที่มีเนื้อหาส่งเสริมศีลธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ ทักษะการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและสังคม รวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามัคคีและสามารถใช้ชีวิตในสังคมที่มีความหลากหลายได้อย่างเป็นสุข

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

1. รณรงค์ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

2. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของผู้ผลิตสื่อ

3. ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกพื้นที่

4. ส่งเสริมให้มีการศึกษา วิจัยพัฒนาองค์ความรู้และการสร้างนวัตกรรมด้านสื่อ

5. ส่งเสริมบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรสาธารณประโยชน์ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นๆของรัฐ ที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสื่อให้มีการผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ

6. ดำเนินการและส่งเสริมให้มีการกระจายสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เพื่อทำให้เกิดการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง

เพื่อให้เกิดการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตามแนวคิดเบื้องต้น กองทุนนี้จึงจำเป็นต้องมีความเป็นอิสระโดยมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมหรือ กสทช. และเงินค่าปรับจากผู้ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นประจำทุกปี

คณะกรรมการที่ดูแลกองทุนมีทั้งหมด จำนวน 18 ท่าน โดยต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถในภาคสังคม จำนวน 9 ท่าน

เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการการส่งเสริมและการสร้างทักษะการรู้เท่าทันสื่อ รวมทั้งการใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดสมัชชาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์และมีการประชุมอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อระดมความคิดเห็น สะท้อนปัญหา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของทุกภาคส่วนและจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ต่อไป

1 ทศวรรษการผลักดันกองทุนพัฒนาสื่อฯ

10 ปี 6 รัฐบาล กับการเดินทางของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การร่วมพลังจากหลายฝ่าย เพื่อผลักดันให้เกิดช่องทางการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ในสังคม

แม้ ณ วันนี้ ความคาดหวังของการมีสื่อคุณภาพสื่อที่ตอบสนองเด็กและเยาวชน จะเดินทางมาได้ถึงครึ่งทางแล้ว แต่ก็อาจจะไม่ได้หมายความว่าอีกครึ่งทางที่เหลือต่อไปนี้จะเป็นไปตามเจตนารมณ์เดิมของภาคประชาชนเสมอไป จะมีการสอดแทรกทางการเมืองหรือไม่ และกฎหมายฉบับนี้จะเริ่มใช้เมื่อไหร่ อีกกี่ปี เป็นคำถามที่เราต้องจับตามอง และร่วมตรวจสอบกันต่อไป

รัตนา ปานกลิ่น : เขียน

พิมพ์