รู้จัก พ.ร.บ. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ

580123 newsกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นกองทุนสำหรับสนับสนุน "สื่อดี" เช่น รายการทีวี รายการวิทยุ เพลง หนัง หนังสือ หรือสื่อชุมชนอื่นๆ เพื่อเป็นประโยชน์กับเด็กและเยาวชนไทย ที่อาจขาดแคลนโอกาสในการเข้าถึง "สื่อดี" ที่มีน้อยในตลาดสื่อปัจจุบัน
ประวัติความเป็นมาของการจัดตั้งกองทุน

โครงการตั้งกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นการผลักดันจากเครือข่าย NGO สายเด็ก เยาวชน และครอบครัวมานานตั้งแต่ พ.ศ. 2546

หลักการและแนวคิดของกองทุนนี้คือใช้เงินจากภาครัฐมาสนับสนุนสื่อคุณภาพสำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งมีความจำเป็นแต่กลับมีจำนวนน้อยเพราะข้อจำกัดในเชิงพาณิชย์ ทำให้ภาคเอกชนไม่สามารถหาสปอนเซอร์มาสนับสนุนการผลิต "สื่อสีขาว" สำหรับเด็กและเยาวชนได้โดยง่าย (อ่านรายละเอียดได้จากบันทึก กฎหมายกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตอนที่ ๑ : ที่มาก่อนที่จะพิจารณาถึงแนวทางอันเป็นที่ไปที่ควรจะเป็น โดย อาจารย์ อิทธิพล ปรีติประสงค์)

ร่างกฎหมายฉบับนี้เคยผ่านมติคณะรัฐมนตรีในเดือนมีนาคม 2553 (รัฐบาลอภิสิทธิ์) แต่ตกไปเพราะยุบสภาเสียก่อน และผ่านคณะรัฐมนตรีอีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน 2555 (รัฐบาลยิ่งลักษณ์) แต่ตกไปในชั้นของรัฐสภาเนื่องจากเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 2557 หลังจากนั้นคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ ได้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้ามายัง สนช. อีกครั้งในเดือนตุลาคม 2557

รายละเอียดและความเคลื่อนไหวของการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ สามารถติดตามได้จาก เว็บไซต์สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน

สถานะของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

กองทุนแห่งนี้จะมีสถานะเป็น "นิติบุคคล" มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ

หน้าที่ของกองทุน

ร่างกฎหมายได้กำหนดหน้าที่ของกองทุนไว้ 6 ประการ ได้แก่

1. รณรงค์การผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
2. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในการผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ให้สามารถรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อที่ไม่เป็นสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
4. ส่งเสริมให้มีการวิจัย ฝึกอบรม หรือดำเนินการให้มีการประชุมเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
5. ส่งเสริมบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสื่อให้มีการผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
6. ดำเนินการและส่งเสริมให้มีการกระจายสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์อย่างทั่วถึงทุกระดับ

แหล่งที่มาของเงินทุน

เงินทุนของกองทุนมีแหล่งที่มา 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่

  • เงินรับจัดสรรจาก กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กองทุน กทปส. หรือรู้จักกันในชื่อ กองทุน กสทช.) โดยไม่ระบุจำนวน และคณะกรรมการบริหารกองทุน กทปส. จะประกาศจำนวนเงินที่จะสนับสนุนให้กองทุนพัฒนาสื่อฯ เป็นคราวๆ ไป (มาตรา 11)

 

  • เงินค่าปรับจากการลงโทษผู้ละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ โดยครึ่งหนึ่งของเงินค่าปรับจะถูกส่งเข้ากองทุน ในส่วนที่เหลือจะส่งเข้าเป็นเงินแผ่นดินตามปกติ (มาตรา 12)
  • รายได้ของกองทุนไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

โครงสร้างของกองทุน

กองทุนจะมี "ผู้จัดการกองทุน" (มาตรา 23) และ "สำนักงานกองทุน" (มาตรา 22) ทำหน้าที่ปฏิบัติและดำเนินงานตามนโยบายที่กำหนดโดยคณะกรรมการกองทุน

กองทุนจะมีคณะกรรมการหรือบอร์ดทั้งหมด 3 ชุด ได้แก่

1) บอร์ดใหญ่ หรือ คณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมเป็นรองประธาน ผู้จัดการกองทุนเป็นเลขานุการ

     บอร์ดใหญ่มีกรรมการโดยตำแหน่งคือ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงไอซีที ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการ กสทช.

     นอกจากนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอีก 7 คน แยกเป็นด้านกฎหมาย ศิลปวัฒนธรรม การศึกษา การพัฒนาเด็กและเยาวชน สุขภาพจิต อย่างละหนึ่งคน และด้านสื่อสารมวลชน 2 คน ดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี ไม่เกิน 2 วาระ

     หน้าที่ของบอร์ดใหญ่คือกำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ของกองทุน เห็นชอบแผนการดำเนินงานประจำปีและงบประมาณประจำปีของกองทุน คัดเลือกผู้จัดการกองทุน และออกกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ ของกองทุน

2) บอร์ดเล็ก หรือ คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

     มีปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานอนุกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่งอีก 1 คนคือผู้แทนกระทรวงการคลัง

     นอกจากนี้ยังต้องตั้งผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 4 คนในด้านการเงิน กฎหมาย สื่อสารมวลชน และให้ผู้จัดการกองทุนเป็นเลขานุการ

บอร์ดเล็กมีหน้าที่อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน และติดตามประเมินผลกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน

3) คณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน

เป็นคณะกรรมการตรวจสอบจำนวน 7 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี ในด้านการเงิน สื่อสารมวลชน ศิลปวัฒนธรรม กฎหมาย และการประเมินผล โดยรายงานประเมินผลทุกปี


ความเชื่อมโยงกับงานของกระทรวงวัฒนธรรม

ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย และในบทเฉพาะกาลได้กำหนดให้รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้จัดการกองทุนและคณะกรรมการกองทุนไปก่อน

อย่างไรก็ตาม บทบาทของกระทรวงวัฒนธรรมต่อกองทุนนี้ กลับถูกหน่วยงานภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า แนวทางของกระทรวงวัฒนธรรมเน้นการจับผิดสื่อมากกว่าการสร้างสื่อใหม่ๆ และหน้าที่ของกรรมการกองทุนอาจซ้ำซ้อนกับ กสทช. (อ่าน 'ภาคประชาชน' ห่วง 'กระทรวงวัฒนธรรม' ฮุบ 'กองทุนพัฒนาสื่อฯ')

ฝั่งของกระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำ โครงการพัฒนากลไกดำเนินงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อรองรับร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ... โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จำนวน 17 โครงการ และนำเสนอผลงานไปเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2557 (ข้อมูลจากเว็บไซต์กระทรวงวัฒนธรรม)

บทวิเคราะห์กองทุน

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จะคล้ายคลึงกับ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มีบทบาทให้ทุนสนับสนุนด้านสุขภาพของคนไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2554 เพียงแต่จะมุ่งเน้นทำภารกิจด้านสื่อเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนเป็นหลักแทน

แนวคิดของกองทุนพัฒนาสื่อฯ มีความใกล้เคียงกับ กองทุน สสส. ที่มองว่ากิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับคนไทย (เช่น การออกกำลังกาย หรือ สื่อปลอดภัย) นั้นไม่มีพื้นที่ยืนในสังคม ด้วยเหตุผลด้านการค้าและธุรกิจที่ไม่เอื้อให้กับกิจกรรมประเภทนี้ แต่กลับยิ่งกระตุ้นให้กิจกรรมที่ไม่มีประโยชน์ (เช่น เหล้าบุหรี่ หรือสื่อไม่ปลอดภัย) แพร่หลายมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐในการเข้ามาแทรกแซง ผ่านกระบวนการตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมดีที่ไม่มีที่ยืนให้อยู่รอดได้

สถานะของกองทุนจะเป็นกองทุนของรัฐแต่ไม่อยู่ภายใต้ระบบราชการ และมีรายได้มาจากเงินนอกระบบงบประมาณปกติ ซึ่งในกรณีของ สสส. (และ ThaiPBS) นำเงินมาจากการหักภาษีเหล้า-บุหรี่ ส่วนกองทุนพัฒนาสื่อฯ นำเงินมาจากกองทุน กสทช. ที่เก็บจากการประมูลคลื่นความถี่ด้านสื่อทีวี-วิทยุ และเงินค่าธรรมเนียม-ใบอนุญาตอื่นๆ

ถึงแม้แนวคิดอาจจะฟังดูดีในเชิงทฤษฎี แต่บทเรียนจาก สสส. ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่ากระบวนการคัดเลือกโครงการเพื่อรับเงินทุนสนับสนุนค่อนข้างจะแปรผันไปตามกระบวนการภายในสูง (subjective) ในบางครั้งเราจึงเห็น สสส. ให้เงินสนับสนุนโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรง และถูกวิจารณ์จากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชนหลายครั้ง

 

ตัวอย่างข่าวที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผล สสส.

กรณีของ กองทุนพัฒนาสื่อฯ ก็เช่นกัน คณะกรรมการและสำนักงานกองทุนต้องเผชิญกับความท้าทายว่า "สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์" คืออะไรกันแน่ สื่อใดบ้างคือ "สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์" การใช้เงินสนับสนุน "เว็บไซต์" หรือ "เพจเฟซบุ๊ก" ด้านสารคดีความรู้เป็นสื่อปลอดภัยหรือไม่ หรือควรให้ทุนสนับสนุนใครดี ระหว่างเว็บไซต์ของกลุ่มนักศึกษา หรือ นิตยสารเล่มแยกของสำนักพิมพ์รายใหญ่

แน่นอนว่าการเกิดขึ้น "กองทุน" ลักษณะนี้ย่อมส่งผลให้บริษัทและธุรกิจสื่อจำนวนไม่น้อยย่อมเข้ามาเสนอขอรับทุน ซึ่งก็เป็นเรื่องดีถ้าหากมองว่าเป็นการให้เงินสนับสนุน "ผู้ผลิตสื่อมืออาชีพ" สร้างสื่อคุณภาพสูงสำหรับเด็กและเยาวชน (ที่น่าจะมีคุณภาพสูงกว่าผู้ผลิตสื่อสมัครเล่น) แต่ในด้านกลับ กองทุนฯ ก็ต้องเผชิญกับคำถามว่าเป็นการเอื้อประโยชน์กับเอกชนรายใหญ่มากเกินไปหรือไม่ เกณฑ์การคัดเลือกผู้รับทุนที่เหมาะสมคืออะไร

กรณีตัวอย่างในอดีตอย่างเช่นการสนับสนุนเงินทุนจากภาครัฐให้ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในกลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์ของไทยมาก่อนแล้ว

สุดท้ายแล้วก็คงเป็นหน้าที่ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทุนนี้ ที่จะแสดงให้สังคมไทยเห็นว่าการหักเงินของรัฐจำนวนหนึ่งมาสนับสนุนการสร้าง "สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์" นั้นบรรลุตามเป้าหมายหรือไม่ และคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปมากน้อยแค่ไหน


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

พิมพ์อีเมล