ข่าว Update

เด็กติดมือถือ-ไลน์-เฟซบุ๊กวันละ8ชม.วธ.วอนแก้ปัญหาจัดค่ายให้ความรู้เท่าทันสื่อ

วธ.เผยเด็กติดมือถือ-ไลน์-เฟซบุ๊กงอมแงม วันละ 8 ชม.เหตุวัฒนธรรมข้ามชาติไหลบ่า- เลียนแบบจากผู้ใหญ่ วอนช่วยกันแก้ปัญหา พร้อมจัดค่ายให้ความรู้เท่าทันสื่อ รวมไปถึงการเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ พ.ศ. ... ให้เกิดเป็นรูปธรรม ยกสิงคโปร์เด็กใช้ค้นหาความรู้มากกว่า



เมื่อวันที่ 2 กันยายน ศ.ดร.อภินันท์โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานเปิดโครงการค่ายเยาวชนอาสาสมัครเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม รุ่นที่ 12 ระหว่างวันที่ 2-5 กันยายน 2556 ที่กระทรวงวัฒนธรรม และวัดสามง่าม จ.นนทบุรี เพื่อเรียนรู้หลักธรรม การเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สถานการณ์ปัจจุบัน ในสังคมและการเรียนรู้เท่าทันสื่อ รวมไปถึง การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น มีนักเรียนมัธยมศึกษา ตอนปลายในพื้นที่กทม. 10 แห่ง และคณาจารย์ อาทิ โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม โรงเรียนแจงร้อนวิทยา โรงเรียนวัดพุทธบูชา โรงเรียนเจ้าพระยาวิทยาคม โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม โรงเรียนทีปังกรณ์วิทยาพัฒน์(ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ ฯลฯ รวม 120 คนเข้าร่วม

ศ.ดร.อภินันท์ กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสโลกาภิวัตน์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การสื่อสาร การไหลบ่าของวัฒนธรรมข้ามชาติเป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนมีอิทธิพลต่อทัศนคติ พฤติกรรมของคนในสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทย ยกตัวอย่าง เด็กไทยบางคนติดโทรศัพท์ ไม่ใช่แค่การโทรติดต่อสื่อสาร แต่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ในการแชท ไลน์ เฟซบุ๊ก เล่นเกม วันละเกือบ 7-8 ชม. ในขณะที่สิงคโปร์เด็กใช้ค้นหาองค์ความรู้มากกว่า การแก้ปัญหา ควรเริ่มต้นที่ผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก เพราะปัจจุบันผู้ใหญ่ก็ติดโทรศัพท์มือถือ ทำให้เด็กเกิดการเลียนแบบ ขณะเดียวกันทุกฝ่ายต้องสร้างให้สถาบันที่เรียกว่า "บวร" บ้าน วัด โรงเรียน มีความเข้มแข็งเป็นที่พึ่ง ของเด็กและเยาวชน การจัดค่ายให้ความรู้เท่าทันสื่อ รวมไปถึงการเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ... ให้เกิดเป็น รูปธรรม

"คำว่าสื่อ สามารถเชื่อมโยงหลายมิติ ไม่ว่าจะ เป็นภาพยนตร์ เกม คาราโอเกะ และยังไปเกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้วย ในเรื่องการนำเนื้อหาแบบไหนได้ แบบไหนไม่ได้ อย่างสื่อเคเบิลสามารถนำ เสนอละครชุดฮอร์โมน มีการขึ้นคำเตือนให้คำ แนะนำแก่เด็ก แต่ถ้านำละครฮอร์โมนมา ออกอากาศผ่านช่องฟรีทีวี ผมมองว่าน่าจะมี ปัญหา แต่สิ่งเหล่านี้มีหลากหลายมาตรฐาน ดังนั้น ผู้ใหญ่หรือผู้ตีความคำว่าสื่อต้องมีความ ชัดเจนก่อน ไม่อย่างนั้นเด็กจะเกิดความสับสนว่า อะไรควรหรือไม่ควรทำ คาดว่าจะมีการเชิญ ผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือในเรื่องขอบเขตของสื่อตามร่างพระราชบัญญัติสื่อ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. ...ภายในสัปดาห์หน้านี้" รองปลัดวธ. กล่าว

คม ชัด ลึก (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

พิมพ์อีเมล