ข่าว Update

ช่องทางการเสพสื่อที่เปลี่ยนไปตามวัย

570226mobuilจากกระแสฮิตกับละครวัยรุ่นเรื่อง ฮอร์โมนที่ได้สร้างปรากฏ การณ์กระชากเรตติ้งให้ช่อง GMM one แล้วยังมียอดการดูย้อนหลังผ่านเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง You tube แบบถล่มทลาย

จึงทำให้ทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative ต้องขอนำข้อมูลในเรื่องความสนใจการรับชมคอนเทนต์ผ่านช่องทางต่างๆ ของกลุ่มอายุที่หลากหลายมาแจกแจงให้ผู้อ่าน และนัก การตลาดได้รับทราบ เพื่อตามให้ทันความเคลื่อนไหวของผู้บริโภคในยุคนี้กัน

ปัจจุบันเราจะเห็นว่า การเลือกเสพคอนเทนต์ของผู้บริโภคไม่ได้มีเพียงการดูผ่านช่องฟรีทีวีอีกต่อไปแล้ว เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้มีช่องทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้นจากการติดจานดาวเทียมแบบสารพัดสี, เคเบิลทีวีท้องถิ่น, ติดทรู วิชั่นส์ หรือดูผ่านอินเตอร์เน็ต แล้วความสนใจของผู้บริโภคในแต่ละช่วงอายุอยู่ที่รูปแบบใดกันบ้าง มาดูในรายละเอียดกัน

เริ่มกันที่กลุ่มผู้บริโภคอายุตั้งแต่ 15 - 24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่น และวัยเริ่มทำงานที่ตอบรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้ดีที่สุด จะเห็นถึงความสนใจในการเพิ่มช่องทางการเสพสื่อที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ในด้านบันเทิง โดยในปี 2008 จะเห็นว่า การติดจานดาวเทียมหรือเคเบิลทีวี รวมไปถึงติดทรู วิชั่นส์มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน โดยมีสัดส่วนที่ 8%, 7% และ 6% ตามลำดับ ในขณะที่การดูผ่านอินเตอร์เน็ตในปี 2008 ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องด้วยในช่วงนั้นความเร็วของอินเตอร์เน็ตยังอยู่ในระดับที่ต่ำมากทำให้การรับชมยังสะดุด และติดขัดอยู่เป็นประจำจึงยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร แต่ ณ ปัจจุบันมีการเพิ่มสปีดอินเตอร์เน็ตให้สูงขึ้น โดยแพ็กเกจต่ำสุดอยู่ที่ 10 MB แล้วยิ่งทำให้การเติบโตของการดูทีวีย้อนหลัง และภาพยนตร์ออนไลน์ในปี 2013 เพิ่มสูงจากปี 2008 ที่มีอยู่ 4% เป็น 12% หรือเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว

เช่นเดียวกับการติดจานดาวเทียมที่มีการเติบโตเกือบ 6 เท่าตัวหรือจาก 8% เป็น 46% ซึ่งเป็นเพราะการก้าวเข้ามาของผู้ผลิตคอนเทนต์หลายๆ เจ้า อาทิ GTH, เวิร์คพอยท์, กันตนา เป็นต้น ที่ยึดหัวหาดผลิตคอนเทนต์ป้อนอยู่ในทีวีดาวเทียมเท่านั้น ในขณะที่เคเบิลทีวี และ ทรู วิชั่นส์ ซึ่งต้องเสียค่าบริการในการรับชมถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ

มาถึงกลุ่มอายุ 25-34 ปี จะเห็นถึงการเติบโตหรือลดลงในการเพิ่มช่องทางการเสพสื่อที่ไม่แตกต่างจากกลุ่มวัยรุ่นหรือ 15-24 ปีมากนัก โดยการติดจานดาวเทียมเพื่อเสพสื่อมีสัดส่วนที่สูงสุดเช่นเดียว กัน จาก 7% ในปี 2008 สูงขึ้นถึง 47% ในปี 2013 หรือเกือบ 7 เท่าตัว และที่น่าสนใจก็คือ การดูทีวีย้อนหลัง และภาพยนตร์ออนไลน์ ถึงแม้จะมีสัดส่วนการบริโภคที่น้อยกว่า แต่ก็มีการเติบโตที่สูงกว่ากลุ่มวัยรุ่น โดยมีการเสพสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัวหรือจาก 2% ในปี 2008 เป็น 8% ในปี 2013 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกระแสนิยมในการเสพความบันเทิงโดยเฉพาะการดูทีวีย้อนหลังผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตของกลุ่มวัยทำงานเพิ่มขึ้น

สำหรับในกลุ่มที่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคนอายุ 35-44 ปี จะเห็นถึงความแตกต่างในการเลือกช่องทางในการเสพสื่อที่แตกต่างออกไป โดยกลุ่มนี้มีความมั่นคงในเรื่องรายได้จึงเป็นเหตุผลในการ ติดเคเบิลทีวี และทรู วิชั่นส์ที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบในปี 2008 กับปี 2013 โดยการติดเคเบิลทีวีจาก 7% มาเป็น 9% และการติดทรู วิชั่นส์จาก 5% เป็น 8% ส่วนการติดจานดาวเทียมก็มีสดส่วนเพิ่มขึ้นกว่า 5% ในขณะที่คนกลุ่มนี้เสพสื่อทีวีย้อนหลัง และภาพยนตร์ออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตในจำนวนที่น้อยมาก แต่ก็ยังคงมีอัตราการเติบโตอยู่บ้างจาก 1% ในปี 2008 มาเป็น 3% ในปี 2013

กลุ่มสุดท้าย จะเป็นกลุ่มที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป จะเห็นว่าสัดส่วนการติดช่องทางเสพสื่อนั้นไม่แตกต่างจากกลุ่ม 15-24 ปี และ 25-34 ปีเท่าไหร่นัก จะต่างกันก็เพียงในสัดส่วนของการดูทีวี และภาพยนตร์ออนไลน์ที่มีน้อยมาก ซึ่งน่าจะเป็นเพราะกลุ่มนี้ยังคงเป็นเจเนอเรชันเก่าที่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อดูทีวีหรือภาพยนตร์ออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตนัก

I Connect ฉบับนี้คงจะช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงพฤติกรรมการเสพสื่อของแต่ละกลุ่มอายุกันมากขึ้น ในฉบับหน้าทีมงานจะมาเจาะลึกกันว่า ช่องทางสื่อแบบไหนหรือคอนเทนต์ประเภทไหนที่แต่ละกลุ่มอายุชื่นชอบกันบ้าง

ช่องทางการเสพสื่อที่เปลี่ยนไปตามวัย
ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556
กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี / อรรณพ ดวงมณี

พิมพ์อีเมล