ข่าว Update

เด็กไทยรู้ไม่เท่าทันสื่อออนไลน์

560911 mobuile
24 ส.ค. - การประชุมสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2558 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ โดยในการประชุมได้มีการเผยแพร่รายงาน "การรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชน"

รายงานดังกล่าวระบุว่า สื่อออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อเสียของสื่อออนไลน์ มีอาทิ เว็บไซต์บางแห่งอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้มากเกินไป เด็กและเยาวชนใช้สื่อสังคมออนไลน์โดยขาดวิจารณญาณและอาจเสี่ยงต่อการถูกล่อลวง สื่อออนไลน์ยังเป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงานกัน

สื่อออนไลน์ยังอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตออฟไลน์ด้วย อาทิ หากใช้งานมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและต่อการเรียน ทั้งยังทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง

รายงานตอนหนึ่งระบุถึงสื่อออนไลน์ในลักษณะของการจำกัดเนื้อหาว่า สื่อออนไลน์เป็นช่องทางที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์กระแสสังคมเชิงลบและอาจทำให้เกิดข้อพิพาท รวมทั้งอาจเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดภัยคุกคามด้านความมั่นคง อย่างการเผยแพร่เนื้อหาไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้

ในงานเดียวกัน ธาม เชื้อสถานปนศิริ นักวิชาการสถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยกล่าวถึงพฤติกรรมด้านลบของการใช้สื่อออนไลน์ของเยาวชนไทย ที่รวบรวมได้จากการประชุมสมัชชาเด็กและเยาวชน 4 ภูมิภาคซึ่งจัดขึ้นก่อนหน้านี้ว่า การใช้สื่อออนไลน์มากเกินไปในแต่ละวันทำให้เยาวชนขาดปฏิสัมพันธ์ผู้อื่น เยาวชนยังมีพฤติกรรมใช้สื่อออนไลน์เพื่อเข้าถึงเนื้อหาอันตราย ทั้งเนื้อหาลามก ยาเสพติด การพนัน ใช้สื่อเพื่อรังแก ล้อเลียน หรือประณามเพื่อน ใช้ส่งสารความเกลียดชังหรือไล่ล่าแม่มดออนไลน์ และใช้เพื่อลอกการบ้าน ด้วยการเผยแพร่การบ้านให้กับเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์หรือเฟซบุ๊ก

ธามระบุว่า เยาวชนยังมีแนวโน้มที่จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนบนเครือข่ายออนไลน์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากแยกไม่ออกระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ เยาวชนมีความเสี่ยงต่อการถูกล่อลวงออนไลน์จากการสนทนาออนไลน์กับคนแปลกหน้า ซึ่งการสนทนาออนไลน์อันตรายและทำให้เด็กเสี่ยงต่อการถูกล่อลวงยิ่งกว่าเว็บโป๊เสียอีก เนื่องจากอย่างหลังเป็นเพียงการเสพสื่อทางเดียว

ธามกล่าวถึงสาเหตุสำคัญของปัญหาดังกล่าวว่า มาจากการขาดทักษะรู้เท่าทันสื่อ (media literacy) ของเด็กไทย โดยตนเห็นว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรเพิ่มค่านิยมประการที่ 13 คือการรู้เท่าทันสื่อเข้าไปใน "ค่านิยม 12 ประการ" ด้วย

ในการจัดการกับปัญหาข้างต้นนั้น ธามแนะนำหลายมาตรการ ตั้งแต่มาตรการทางนโยบายโดยหน่วยงานรัฐ มาตรการทางกฎหมาย ทั้งกฎหมายที่เกี่ยวกับสื่อ เด็ก การศึกษา และเทคโนโลยี มาตรการทางสังคม มาตรการทางเทคโนโลยี รวมถึงการใช้วิธีเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัยในเรื่องนี้

ทั้งนี้ สื่อออนไลน์ก็มีข้อดีเช่นกัน อาทิ เป็นพื้นที่ให้เยาวชนที่มีความสนใจเหมือนกันได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กัน เป็นคลังข้อมูลความรู้ เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กเยาวชนสร้างผลงานและรายได้ ช่วยประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาในการติดต่อสื่อสารระห่างกัน และใช้เพื่อความบันเทิง ผ่อนคลายความเครียด

อนึ่ง การประชุมสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นเวทีที่จัดขึ้นทุกปี โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายเด็กและเยาวชน รวมถึงตัวแทนจากแต่ละจังหวัด ซึ่งประเด็นหลักของการประชุมคือการร่วมกันหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชน งานจัดขึ้นในวันที่ 24-25 สิงหาคม 2558

วัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ ประธานกรรมการจัดสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติประจำปีนี้กล่าวเน้นความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ประเทศกำลังใกล้ลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งถ้าหากมีการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญก็จะทำให้เกิดสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปขึ้น และในสภาดังกล่าวจะมีส่วนงานที่ดูแลด้านการปฏิรูปสื่ออยู่ด้วย นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะเอามติที่ได้จากการประชุมสมัชชาครั้งนี้ไปเสนอดังสภาดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนในระดับประเทศต่อไป

พิมพ์อีเมล