ข่าว Update

'เอ็ตด้า'เปิดแอพฯรับร้องเรียนปัญหาออนไลน์

541269
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.59  นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)

เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสเทคโนโลยีดิจิตอลได้เข้ามามีบทบาทกับคนไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอินเทอร์เน็ต โดยจากผลสำรวจของเอ็ตด้าพบว่า คนไทยมีการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านทั้งอุปกรณ์เคลื่อนที่และคอมพิวเตอร์อยู่ที่ 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 6.4 ชั่วโมงต่อวัน และสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตถึง 85.5% และใช้งานเฉลี่ย 6.2 ชั่วโมงต่อวัน

ซึ่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาทั้งเรื่องความปลอดภัย การหลอกลวง เว็บไซต์ผิดกฎหมายและปัญหาจากการซื้อขายออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ ฯลฯ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าเมื่อเกิดปัญหาแล้วจะร้องเรียนเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาไปยังหน่วยงานใด ทางกระทรวงดีอีและเอ็ตด้า จึงตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 OCC หรือ Online Complaint Center ขึ้น ผ่านทางโทรศัพท์สายด่วน 1212 และอีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เพื่อรับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ ซึ่งครอบคลุมปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ปัญหาการซื้อขายออนไลน์ และปัญหาภัยคุกคามไซเบอร์

ล่าสุดได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น 1212 OCC ขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเพิ่มมากขึ้นที่จะสามารถร้องเรียนปัญหาออนไลน์ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น รวมถึงติดตามข่าวสารและการเตือนภัยต่างๆ โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดผ่านเพลย์สโตร์สำหรับสมาร์ทโฟนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ เพียงค้นหาคำว่า 1212 OCC โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนระบบปฎิบัติการไอโอเอสสำหรับไอโฟน คาดว่าจะสามารถเปิดให้ดาวน์โหลดได้เร็วๆนี้

ด้าน ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักส่งเสริมธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เอ็ตด้า กล่าวว่า ในช่วง 4 เดือน (ก.ค.-ต.ค.59) หลังเอ็ตด้าลงนามบันทึกข้อตกลงกับ 4 หน่วยงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา 6,210 เรื่อง มากกว่าเรื่องร้องเรียนตลอดปี 2558 ที่มีเพียง 2,524 เรื่อง และเมื่อเทียบจำนวนเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ ม.ค.ถึง ต.ค.59 พบว่ามีจำนวน 8,331 เรื่อง เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาถึง 3.5 เท่า

ขณะที่ นางสุรางคณา วายุภาพ กล่าวต่อว่า ตัวเลขมูลค่าอีคอมเมิร์ซของไทยในปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท การซื้อขายออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นแน่นอนว่าย่อมมีปัญหาจากการซื้อขายตามมา หากไม่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาจะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต ซึ่งในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย สามารถทำสำเร็จจนตลาดอีคอมเมิรซ์เติบโตมาก อย่างไรก็ตามในไทยเนื่องจากมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงทำให้การเชื่อมต่อระบบหลังบ้านของแต่ละหน่วยงานยังไม่มีความพร้อมมากนัก จึงทำให้การแก้ไขปัญหายังทำได้ไม่รวดเร็ว เพราะต้องมีการส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามในเฟสที่สองทางรัฐบาลก็ต้องการทำให้ศูนย์ร้องเรียนแห่งนี้เป็นวันสต็อปเซอร์วิส หรือบริการครบวงจรในจุดเดียว ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มเห็นได้ภายใน 2 ปี ข้างหน้า เพื่อให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น.

ข้อมูลจาก นสพ.ไทยรัฐ

พิมพ์อีเมล